เดอนี ดีเดอโร

เดอนี ดีเดอโร (ฝรั่งเศส: Denis Diderot; 5 ตุลาคม ค.ศ. 1713 - 31 กรกฎาคม ค.ศ. 1784) นักปรัชญาและนักวิจารณ์ศิลปะชาวฝรั่งเศส

ประมาณกลางศตวรรษที่ 18 ได้มีการจัดงานแสดงนิทรรศการด้านจิตรกรรม ประติมากรรม การวาดภาพ และการแกะสลักที่ Salon Carré, Louvre โดยสมาชิกของ l’Académie royale de peinture ในกรุงปารีส ซึ่งงานแสดงผลงานเหล่านี้จัดขึ้นทุก 2 ปี ดีเดอโรซึ่งเป็นผู้ที่ให้ความสนใจต่อจิตรกรรมเป็นอย่างมากของยุคแห่งความรู้แจ้ง เขาจึงติดตามชมภาพเขียนต่าง ๆ ที่จิตรกรนำมาแสดงในงานแล้วเขียนเป็นบทวิจารณ์ลงในวารสาร La Correspondance littéraire ตามคำขอของเพื่อนสนิทของเขา Grimm ซึ่งบทวิจารณ์เหล่านั้นเรียกรวม ๆ ว่า “บทวิจารณ์ภาพเขียน” (Les Salons)

ดีเดอโรเริ่มช่วยเขียนบทวิจารณ์ศิลปะตั้งแต่ปี ค.ศ. 1759 ถึงปี ค.ศ. 1781 ยกเว้นในปี ค.ศ. 1773, 1777 และ 1779 ซึ่งงานถูกจัดขึ้นในประเทศรัสเซีย แต่หลังจากปี ค.ศ. 1779 ความสนใจของเขาลดลงและความช่วยเหลือในการเขียนก็น้อยลงเช่นกัน อีกทั้งในระยะหลังสุขภาพของดีเดอโรไม่ค่อยดีด้วย อันเนื่องมาจากเขาเป็นโรคลมชัก ซึ่งทำให้มีข้อสันนิษฐานว่าบทวิจารณ์ภาพเขียนของดีเดอโรในปี ค.ศ. 1771, 1775 และปี ค.ศ. 1781 เขาไม่ได้เป็นคนเขียนเอง

บทวิจารณ์ของดีเดอโรแสดงให้เห็นว่าเขามีความเข้าใจในศิลปะการเขียนภาพอย่างลึกซึ้ง และเขายังสามารถให้ข้อเสนอแนะที่น่าสนใจแก่จิตรกรด้วย อย่างไรก็ตาม บทวิจารณ์ภาพเขียนของดีเดอโรไม่ได้รับการตีพิมพ์ในประเทศฝรั่งเศส แต่ถูกส่งไปยังสมาชิกกลุ่มผู้อ่านอื่น ๆ ที่ได้รับการคัดเลือกไว้แล้วในชนชั้นสูงที่ประเทศต่าง ๆ ทางตอนเหนือของฝรั่งเศส ซึ่งบุคคลเหล่านั้นต้องการติดตามเหตุการณ์ความเป็นไปของกรุงปารีส บทวิจารณ์ภาพเขียนได้รับการตีพิมพ์หลังจากที่ดีเดอโรเสียชีวิตแล้วในช่วงศตวรรษที่ 19

Denis Diderot
Louis-Michel van Loo 001
Diderot by Louis-Michel van Loo
เกิด5 ตุลาคม ค.ศ. 1713
ล็องกร์ ประเทศฝรั่งเศส
เสียชีวิต31 กรกฎาคม ค.ศ. 1784 (70 ปี)
ปารีส ประเทศฝรั่งเศส
ยุคคริสต์ศตวรรษที่ 18
แนวทางปรัชญาตะวันตก
กึนเทอร์ กรัส

กึนเทอร์ วิลเฮ็ล์ม กรัส (เยอรมัน: Günter Wilhelm Grass; 16 ตุลาคม ค.ศ. 1927 – 13 เมษายน ค.ศ. 2015) เป็นนักเขียนและนักเขียนบทละครชาวเยอรมันคนสำคัญ ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมใน ค.ศ. 1999 กรัสเกิดที่เสรีนครดันท์ซิช (ปัจจุบันคือกดัญสก์ ประเทศโปแลนด์) ใน ค.ศ. 1945 กรัสเดินทางมายังเยอรมนีตะวันตกในฐานะผู้ลี้ภัย แต่ในนวนิยายที่เขียนกรัสมักจะกลับไปเขียนถึงดันท์ซิชในวัยเด็ก

งานชิ้นที่มีชื่อเสียงคือ The Tin Drum ซึ่งเป็นนวนิยายประเภทที่เรียกว่าสัจนิยมแนวมายา ซึ่งเป็นเรื่องแรกในนวนิยายสามเล่มจากดันท์ซิช (Danzig Trilogy) งานของกึนเทอร์มักจะมีมุมมองทางการเมืองสังคมนิยมประชาธิปไตยฝ่ายซ้าย และเขาเป็นผู้สนับสนุนผู้มีบทบาทของพรรคสังคมนิยมประชาธิปไตยแห่งเยอรมนี

ฌัก-หลุยส์ ดาวีด

ฌัก-หลุยส์ ดาวีด (ฝรั่งเศส: Jacques-Louis David; 30 สิงหาคม ค.ศ. 1748 - 29 ธันวาคม ค.ศ. 1825) เป็นศิลปินในยุคนีโอคลาสสิก ที่มีชื่อเสียงในช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศสและยังเป็นจิตรกรในจักรพรรดินโปเลียนที่ 1

นิกโกเลาะ มาเกียเวลลี

นิกโกเลาะ ดี แบร์นาโด เดย์ มาเกียเวลลี (อิตาลี: Niccolò di Bernardo dei Machiavelli; 3 พฤษภาคม ค.ศ. 1469 - 21 มิถุนายน ค.ศ. 1527) เป็นนักปรัชญา นักเขียน และนักรัฐศาสตร์ชาวอิตาลี นับเป็นหนึ่งในบิดาแห่งรัฐศาสตร์ยุคใหม่ มีชีวิตอยู่ในยุคเรอเนซองส์ ซึ่งเขาเป็นนักวิชาการ นักปรัชญาการเมือง นักดนตรี กวี นักเขียนบทละคร แต่ที่สำคัญคือเขาเป็นอาสาสมัครสาธารณกิจแห่งสาธารณรัฐฟลอเรนไทน์ เดือนมิถุนายน ค.ศ. 1498 หลังจากที่ จิโรลาโม ซาโวนาโรลา ถูกไล่ออกและประหารชีวิต สภา Great Council ได้เลือกให้มาเกียเวลลีเป็นเลขานุการสถานทูตที่สองของสาธารณรัฐฟลอเรนซ์ (second Chancery of the Republic of Florence) ได้รับการยกย่องว่าเป็น บิดาแห่งรัฐศาสตร์สมัยใหม่

มาเคียเวลลีถือได้ว่าเป็นบุคคลตัวอย่างของยุคเรอเนซองส์เช่นเดียวกับลีโอนาร์โด ดา วินชี เขามีชื่อเสียงจากงานเขียนเรื่องสั้นการเมืองเรื่อง เจ้าผู้ปกครอง(The Prince) ซึ่งเล่าถึงทฤษฎีทางการเมืองแบบที่เป็นจริง แต่งานเขียนของมาเคียเวลลีไม่ได้รับการตีพิมพ์จนกระทั่งหลังจากเขาเสียชีวิตแล้ว โดยมากเขาจะส่งกันอ่านในหมู่เพื่อนฝูงเท่านั้น ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้เกิดระบบการเมืองแบบรัฐชาติ งานเขียนเพียงชิ้นเดียวที่ได้รับตีพิมพ์ในระหว่างที่เขามีชีวิตอยู่คือ The Art of War

นามสกุลของเขา ได้กลายไปเป็นคำศัพท์ในทางการเมือง ว่า "มาเคียเวลลี" (ผู้เฉียบแหลมมีปฏิภาณ) และ "มาเคียเวลเลียน" (การใช้เล่ห์เหลี่ยมอุบายในการเมือง)

ฟร็องซัว บูเช

ฟร็องซัว บูเช (ฝรั่งเศส: François Boucher; 29 กันยายน ค.ศ. 1703 - 30 พฤษภาคม ค.ศ. 1770) เป็นจิตรกรสมัยโรโคโคคนสำคัญชาวฝรั่งเศสของคริสต์ศตวรรษที่ 18 ผู้มีชื่อเสียงในงานเขียนที่เป็นอุดมคติและอวบอิ่ม (voluptuous) ของภาพประเภทคลาสสิก อุปมานิทัศน์ และท้องทุ่ง (pastoral) นอกจากนั้นบูเชก็ยังเขียนภาพเหมือนหลายภาพของมาดาม เดอ ปงปาดูร์

วรรณกรรมล้อ

วรรณกรรมล้อ เป็นชิ้นงานที่สร้างขึ้นเพื่อเลียนแบบ ล้อเลียน หรือออกความเห็นต่อชิ้นงานดั้งเดิม ประเด็น ผู้เขียน รูปแบบ หรือเป้าหมายอื่น ๆ โดยจะเป็นการเลียนแบบเชิงเสียดสีหรือแฝงนัย นักทฤษฎี ลินดา ฮัตเชียน ให้ความหมายว่า "วรรณกรรมล้อ คือการเลียนแบบ แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นการล้อเลียนข้อความเสมอไป" นักวิจารณ์อีกท่านหนึ่ง ไซมอน เด็นทิธ นิยามวรรณกรรมล้อว่า "การประกอบกิจใด ๆ เชิงวัฒนธรรมที่เลียนแบบ พาดพิงอีกผลงานหรือการประกอบกิจหนึ่งอย่างมีศิลปะ" วรรณกรรมล้อพบได้ในศิลปะหรือวัฒนธรรม รวมถึง วรรณกรรม ดนตรี (แม้ว่าก่อนหน้านี้ "วรรณกรรมล้อ" ในดนตรีจะมีความหมายแตกต่างออกไป) แอนิเมชัน วิดีโอเกม และภาพยนตร์

นักเขียนและนักวิจารณ์ จอห์น โกรส สังเกตในหนังสือ Oxford Book of Parodies ของเขาว่าวรรณกรรมล้อดูจะเฟื่องฟูในดินแดนระหว่าง แพสติช ("ผลงานอีกแบบของศิลปิน โดยไม่มีเนื้อหาเสียดสี") และ เบอร์เลสก์ (ซึ่งหลอกเกี่ยวกับชิ้นงานวรรณกรรมชั้นสูงและดัดแปลงให้ดูต่ำลง) ขณะเดียวกับ หนังสือ Encyclopédie ของเดอนี ดีเดอโร แยกความแตกต่างระหว่างวรรณกรรมล้อกับเบอร์เลสก์ว่า "วรรณกรรมล้อที่ดีคือการขบขันที่ทำให้บุคคลที่มีสติปัญญาเฉลียวฉลาดและไร้มลทินรู้สึกสนุกสนานได้ ส่วนเบอร์เลสก์เป็นการเล่นตลกร้ายที่ทำให้คนรู้สึกพอใจเท่านั้น" จากประวัติศาสตร์ เมื่อสูตรสำเร็จเริ่มน่าเบื่อ อย่างเช่นในกรณีละครประโลมโลกเกี่ยวกับศีลธรรมในยุค 1910 ยังคงเป็นได้แค่วรรณกรรมล้อ ดังที่เรื่องสั้นของบัสเตอร์ คีตันเคยล้อเลียนไว้

ภาษาอื่น

This page is based on a Wikipedia article written by authors (here).
Text is available under the CC BY-SA 3.0 license; additional terms may apply.
Images, videos and audio are available under their respective licenses.