เขตแพริช

เขตแพริช[1] (อังกฤษ: Parish) หรือที่ชาวคาทอลิกในประเทศไทยเรียกว่าเขตวัด เป็นเขตปกครองในคริสต์ศาสนา ใช้หลายคริสตจักร เช่น โรมันคาทอลิก แองกลิคัน เป็นต้น นอกจากใช้ในทางศาสนาแล้วในบางประเทศ เช่น อังกฤษ สหรัฐอเมริกา ยังใช้เขตแพริชหมายถึงเขตปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย

นิกายคาทอลิก

คริสตจักรโรมันคาทอลิกแบ่งการปกครองออกเป็นภาค ๆ เรียกว่าภาคคริสตจักรซึ่งมีมุขนายกมหานครเป็นประมุข ในแต่ละภาคคริสตจักรแบ่งออกเป็นมุขมณฑลซึ่งมีมุขนายกประจำมุขมณฑลเป็นประมุข แต่ละมุขมณฑลแบ่งออกเป็นเขตแพริชซึ่งมี "อธิการโบสถ์" (parish priest/pastor) เป็นหัวหน้า[2] อธิการโบสถ์แต่ละท่านมีผู้ช่วยซึ่งเรียกว่าผู้ช่วยอธิการโบสถ์ (assistant pastor) อย่างน้อยท่านหนึ่งเป็นผู้ช่วยเหลือในการปกครองเขตแพริช

ตามประมวลกฎหมายพระศาสนจักร เขตแพริช หมายถึง ชุมชนของคริสต์ศาสนิกชนที่ตั้งอยู่ในคริสตจักรเฉพาะ โดยมีผู้อภิบาล (pastor) (ซึ่งเรียกว่าอธิการโบสถ์ (parish priest)) ทำหน้าที่ปกครองดูแลศาสนิกชนเหล่านี้ในด้านจิตวิญญาณ มุขนายกประจำมุขมณฑลเป็นผู้เดียวที่มีอำนาจตั้ง ยุบ หรือเปลี่ยนแปลงเขตแพริชได้ แต่ต้องแจ้งแก่สภาบาทหลวง (council of priests) ก่อน[3]

แต่ละเขตแพริชจะมีโบสถ์คริสต์อย่างน้อยแห่งหนึ่งเป็นศูนย์กลางในการประกอบศาสนกิจของประชาชนในเขตนั้น โบสถ์นี้จึงเรียกว่าโบสถ์ประจำเขตแพริช (parish church) ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของบาทหลวงในเขตแพริชนั้นด้วย นอกจากนี้แต่ละเขตแพริชอาจมีชาเปล (ชาวคาทอลิกเรียกว่าวัดน้อย) เป็นที่ประกอบศาสนกิจเป็นพิเศษสำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ห่างไกลจากโบสถ์มาก ๆ

อ้างอิง

  1. ศัพท์ประชากรศาสตร์ ราชบัณฑิตยสถาน
  2. ราชบัณฑิตยสถาน, พจนานุกรมศัพท์ศาสนาสากล อังกฤษ-ไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน, กรุงเทพฯ: ราชบัณฑิตยสถาน, 2552, หน้า 468
  3. Code of Canon Law, Can. 515 §2
คณะออกัสติเนียน

คณะออกัสติเนียน (อังกฤษ: Augustinian Order) เป็นคณะนักบวชคาทอลิกกลุ่มหนึ่ง ตั้งชื่อตามนักบุญออกัสตินแห่งฮิปโป (ค.ศ. 354 - ค.ศ. 450) ปัจจุบันมีสองแบบ ได้แก่

คณะนักบวชภิกขาจารที่ไฟรอาร์ในคณะเน้นวัตรปฏิบัติที่ผสมกันทั้งการเพ่งพินิจและการประกาศข่าวดี สมาชิกของคณะถือวินัยของนักบุญออกัสตินเป็นแนวทางในการดำรงชีวิตในชุมชนนักบวช ในยุคแรกคณะนี้มีชื่อว่า "คณะภราดาฤๅษีแห่งนักบุญออกัสติน" ปัจจุบันคือคณะนักบุญออกัสติน นอกจากนี้ยังมีคณะนักบวชคาทอลิกอีกสองคณะที่มีต้นกำเนิดมาจากคณะออกัสติเนียน คือคณะออกัสติเนียนรีคอลเลกต์และคณะออกัสติเนียนไม่สวมรองเท้า ในช่วงแรกทั้งสองคณะยังรวมอยู่ในคณะออกัสติเนียนโดยมีมหาธิการคนเดียวกัน คณะออกัสติเนียนรีคอลเลกต์ตั้งขึ้นเมื่อปี 1588 เพื่อปฏิรูปคณะออกัสติเนียนเดิม และได้สิทธิ์ปกครองตนเองในปี ค.ศ. 1912 ส่วนคณะออกัสติเนียนไม่สวมรองเท้าได้ปกครองตนเองในปี ค.ศ. 1931

คณะผู้ได้รับศีลบวชหรือแคนันนักบวช ซึ่งปฏิบัติตามคำแนะนำของพระวรสารและวินัยของนักบุญออกัสติน ใช้ชีวิตกึ่งอารามวาสี แต่ก็ยังทำงานอภิบาล นักบวชออกัสติเนียนประเภทนี้จะอาศัยอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มและทำงานรับใช้คริสตจักรในเขตแพริชใกล้เคียง จึงกลายเป็นคณะนักบวชที่มีการปกครองเป็นอิสระตนเอง แยกจากกันในแต่จะท้องถิ่น

คริสตจักรรัสเซียออร์ทอดอกซ์

คริสตจักรรัสเซียออร์ทอดอกซ์ หรือ ศาสนจักรออร์โธดอกซ์รัสเซีย (รัสเซีย: Русская Православная Церковь; อังกฤษ: Russian Orthodox Church) ในยุคก่อนปี ค.ศ. 1943 เรียกว่าคริสตจักรออร์ทอดอกซ์แห่งรัสเซีย คือประชาคมของคริสต์ศาสนิกชนซึ่งรวมกันเป็นคริสจักรแบบออโตเซฟาลีในคริสตจักรอีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์ โดยอยู่ภายใต้เขตอำนาจของอัครบิดรแห่งมอสโกและรัสทั้งปวง และรวมในคอมมิวเนียนเดียวกับเขตอัครบิดรอื่นที่อยู่ในสังกัดคริสจักรอีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์

คริสตจักรนี้ถือเป็นคริสตจักรที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาคริสตจักรทั้งหมดที่สังกัดคริสจักรอีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์ และเป็นคริสตจักรที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของโลกรองจากคริสตจักรโรมันคาทอลิก ตามข้อมูลสถิติที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ค.ศ. 2010 คริสตจักรนี้มี 160 เขตมิสซังซึ่งประกอบด้วย 30,142 เขตแพริช บริหารงานโดยบิชอป 207 องค์ บาทหลวง 28,434 องค์ และพันธบริกร 3,625 คน มีอารามสังกัดถึง 788 แห่ง เป็นของนักพรตชาย 386 แห่ง และของนักพรตหญิงอีก 402 แห่ง ประมุขสูงสุดองค์ปัจจุบันคือ อัครบิดรคีริลล์แห่งมอสโก

คริสตจักรแห่งอังกฤษ

คริสตจักรแห่งอังกฤษ (อังกฤษ: Church of England) เป็นคริสตจักรประจำชาติ ของอังกฤษ และเป็นคริสตจักรแม่ของแองกลิคันคอมมิวเนียนทั่วโลก

ในช่วงแรกคริสตจักรในอังกฤษยังเป็นส่วนหนึ่งของคริสตจักรโรมันคาทอลิก แต่เมื่อพระเจ้าเฮนรีที่ 8 แห่งอังกฤษตัดสินพระทัยหย่าขาดกับพระนางแคเธอรินแห่งอารากอนซึ่งฝ่าฝืนคำสั่งของพระสันตะปาปาไป พระองค์ก็มีพระราชโองการให้คริสตจักรแห่งอังกฤษแยกตัวจากคริสตจักรโรมันคาทอลิกในปี ค.ศ. 1534 แล้วออกพระราชบัญญัติอำนาจสูงสุดทางศาสนาซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปศาสนาในอังกฤษ แต่พอถึงรัชสมัยสมเด็จพระราชินีนาถแมรีที่ 1 แห่งอังกฤษก็ทรงนำคริสตจักรแห่งอังกฤษกลับไปรวมกับคริสตจักรคาทอลิกอีกในปี ค.ศ. 1555 จนกระทั่งสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 1 แห่งอังกฤษให้รัฐสภาออกพระราชบัญญัติอำนาจสูงสุดทางศาสนา ค.ศ. 1558 ปฏิเสธอำนาจของพระสันตะปาปาในคริสตจักรแห่งอังกฤษอีก ทั้งฝ่ายคาทอลิกและฝ่ายปฏิรูปต่างพยายามรูปแบบหลักความเชื่อและพิธีกรรมให้เป็นไปตามแบบของตนตลอดมา จนความขัดแย้งมาสิ้นสุดเมื่อมีข้อตกลงเอลิซาเบธันโดยกำหนดว่าคริสตจักรแห่งอังกฤษเป็นทั้งแบบคาทอลิกและปฏิรูป

คาทอลิก เป็นคาทอลิกเพราะเป็นส่วนหนึ่งของคริสตจักรสากลที่สืบเนื่องมาตั้งแต่สมัยอัครทูต คริสตจักรนี้จึงให้ความสำคัญกับคำสอนของเหล่าปิตาจารย์แห่งคริสตจักรยุคแรก ซึ่งกำหนดไว้ในหลักข้อเชื่อของอัครทูต หลักข้อเชื่อไนซีน และหลักข้อเชื่ออะทาเนเซียนปฏิรูป เป็นคริสตจักรปฏิรูปเพราะได้รับอิทธิพลด้านหลักความเชื่อจากการปฏิรูปศาสนาฝ่ายโปรเตสแตนต์ในคริสต์ศตวรรษที่ 16 ดังพบได้จากหนังสือคำอธิษฐานทั่วไปและคำแถลงสามสิบเก้าข้อช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 ได้เกิดความขัดแย้งทางศาสนาและการเมืองขึ้นอีก ทำให้ฝ่ายพิวริตันและเพรสไบทีเรียนได้ขึ้นมามีอำนาจในคริสตจักร แต่ก็หมดอำนาจไปเมื่อพระเจ้าชาลส์ที่ 2 แห่งอังกฤษได้คืนสู่ราชบัลลังก์ ปัจจุบันในคริสตจักรมีแนวความเชื่ออยู่หลายแบบ แบ่งได้เป็นสองกลุ่มคือกลุ่มแองโกล-คาทอลิกและกลุ่มอีแวนเจลิคัล ซึ่งเป็นกลุ่มที่ขัดแย้งกันมาตั้งแต่การปฏิรูปช่วงแรก นอกจากนี้ยังมีความขัดแย้งใหม่เกิดขึ้นอีกในปัจจุบันระหว่างฝ่ายอนุรักษนิยมกับฝ่ายพิพัฒนาการนิยมอันเนื่องมาจากประเด็นการบวชสตรีและทัศนะต่อคนรักร่วมเพศ ทั้งนี้คริสตจักรแห่งอังกฤษได้บวชสตรีเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1994 และปัจจุบันอยู่ระหว่างผลักดันให้มีการอภิเษกบิชอปหญิง

คริสตจักรแห่งอังกฤษแบ่งเขตปกครองออกเป็นเขตแพริช หลายเขตแพริชรวมกันเป็นมุขมณฑลซึ่งมีบิชอปเป็นประมุข อาร์ชบิชอปแห่งแคนเทอร์เบอรีคือไพรเมตแห่งคริสตจักรแห่งอังกฤษทั้งหมด และเป็นศูนย์กลางเพื่อเอกภาพของแองกลิคันคอมมิวเนียนทั่วโลก เจเนอรัลซิโนดแห่งคริสตจักรแห่งอังกฤษเป็นที่ประชุมของคริสตจักรและบรรดาบิชอป เคลอจี และฆราวาส มีอำนาจในการออกนโยบายต่าง ๆ แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาแห่งสหราชอาณาจักรในขั้นสุดท้าย

มุขมณฑล

มุขมณฑล (อังกฤษ: diocese) คริสต์ศาสนิกชนโรมันคาทอลิกเรียกว่า สังฆมณฑล ในประเทศไทยกรมการศาสนาเรียกว่า เขตมิสซัง เป็นเขตการปกครองของคริสตจักรซึ่งมีมุขนายกเป็นประมุข แต่ละมุขมณฑลจะแบ่งออกเป็นเขตแพริช

ในกรณีที่เป็นมุขมณฑลขนาดใหญ่และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากกว่ามุขมณฑลอื่นที่อยู่รอบ ๆ มุขมณฑลนั้นจะถูกยกสถานะขึ้นเป็นอัครมุขมณฑล โดยมีอัครมุขนายกเป็นประมุข อัครมุขนายกมีสถานะเป็นมุขนายกมหานคร มีอำนาจสูงกว่ามุขนายกปริมุขมณฑลซึ่งเป็นมุขนายกประจำมุขมณฑลอื่น ๆ ในภาคคริสตจักรเดียวกัน

โครงสร้างการปกครองคริสตจักรแบบนี้เรียกว่า การจัดระเบียบองค์การแบบอิปิสโคปัล

มุขมณฑลยังอาจหมายถึง เขตมุขนายก (bishopric) หรือ อิปิสโคปัลซี (Episcopal see) แต่คำว่าอิปิสโคปัลซีมักใช้หมายถึงอาณาเขตที่ปกครองโดยบิชอป ขณะที่ bishopric อาจหมายถึงตำแหน่งบิชอปก็ได้

ศิษยาภิบาล

ศิษยาภิบาล (อังกฤษ: Pastor) เป็นคำจากภาษาสันสกฤตแปลว่า ผู้ดูแลศิษย์ (ศิษฺย+อภิปาล) ส่วนคำว่า pastor นั้นมาจากภาษาละติน pascere ซึ่งแปลว่าคนเลี้ยงแกะ (shepherd) ชาวโรมันคาทอลิกแปลคำนี้ว่า "ผู้อภิบาล"ศิษยาภิบาลเป็นตำแหน่งในการปกครองคริสตจักร ในปัจจุบันใช้ในคริสตจักรฝ่ายโปรเตสแตนต์ นอกจากนี้ยังพบการใช้คำว่าผู้อภิบาล (pastor) เพื่อหมายถึงมุขนายกและอธิการโบสถ์ในคริสตจักรอื่น ๆ ด้วย ได้แก่ คริสตจักรโรมันคาทอลิก อีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์ และออเรียนทัลออร์ทอดอกซ์

อธิการ

อธิการ (อังกฤษ: authority; superior) มาจากคำในภาษาบาลี "อธิการ" (adhikāra, ออกเสียงว่า "อะธิการะ") แปลว่าเจ้าหน้าที่ การหมายใจ หรือความดี ในภาษาไทยปัจจุบันใช้คำนี้หมายถึงผู้มีอำนาจในด้านการปกครอง พบทั้งในศาสนจักร และการทหาร

อัครมุขมณฑลปารีส

อัครมุขมณฑลปารีส (ฝรั่งเศส: Archidiocèse de Paris) เป็นหนึ่งในอัครมุขมณฑลทั้ง 23 แห่งของคริสตจักรโรมันคาทอลิกในประเทศฝรั่งเศส ตั้งอยู่ที่กรุงปารีส

อัครมุขมณฑลนี้ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกราวคริสต์ศตวรรษที่ 3 มีสถานะเป็นมุขมณฑล นักบุญเดนิสเป็นมุขนายกองค์แรก ต่อมาในวันที่ 20 ตุลาคม ค.ศ. 1622 จึงยกสถานะเป็นอัครมุขมณฑล โดยฌ็อง-ฟร็องซัว เดอ กงดี เป็นอัครมุขนายกองค์แรก

ปัจจุบันอัครมุขมณฑลปารีสมีพื้นที่ 105.4 ตารางกิโลเมตร แบ่งออกเป็น 116 เขตแพริช มีอาสนวิหารน็อทร์-ดามแห่งปารีสเป็นอาสนวิหารประจำอัครมุขมณฑล อัครมุขนายกองค์ปัจจุบันคือพระคาร์ดินัลอ็องเดร แว็ง-ทรัว ซึ่งดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2005

อาสนวิหารกาวายง

อาสนวิหารกาวายง (ฝรั่งเศส: Cathédrale de Cavaillon) เรียกชื่อเต็มว่า อาสนวิหารแม่พระและนักบุญเวร็องแห่งกาวายง (Cathédrale Notre-Dame-et-Saint-Véran de Cavaillon) เป็นโบสถ์ประจำเขตแพริชและอดีตอาสนวิหารในนิกายโรมันคาทอลิก ซึ่งเป็นที่ตั้งของมุขนายกประจำมุขมณฑลกาวายงตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 4 จนกระทั่งถูกยุบรวมเข้ากับอัครมุขมณฑลอาวีญงตั้งแต่ ค.ศ. 1801 จนปัจจุบัน ตั้งอยู่ที่เมืองกาวายง จังหวัดโวกลูซ ในแคว้นพรอว็องซาลป์โกตดาซูร์ ประเทศฝรั่งเศส สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้นักบุญเวร็องแห่งกาวายง (Saint Véran de Cavaillon)

อาสนวิหารแห่งนี้ได้ขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์เมื่อปี ค.ศ. 1840

อาสนวิหารชาลง-ซูร์-โซน

อาสนวิหารชาลง-ซูร์-โซน (ฝรั่งเศส: Cathédrale de Chalon-sur-Saône) หรือเรียกชื่อเต็มว่า อาสนวิหารนักบุญบิเซนเตแห่งชาลง-ซูร์-โซน (Cathédrale Saint-Vincent de Chalon-sur-Saône) ในปัจจุบันมีฐานะเป็นโบสถ์ประจำเขตแพริช นิกายโรมันคาทอลิก ซึ่งในอดีตเคยมีฐานะเป็นอาสนวิหารประจำมุขมณฑลชาลง-ซูร์-โซน ซึ่งต่อมาได้ถูกยุบลงเป็นส่วนหนึ่งของมุขมณฑลโอเติงตั้งแต่ปี ค.ศ. 1801 เป็นต้นมา (ตามความตกลง ค.ศ. 1801) ตั้งอยู่ที่เมืองชาลง-ซูร์-โซน จังหวัดโซเนลัวร์ ในแคว้นบูร์กอญ-ฟร็องช์-กงเต ประเทศฝรั่งเศส สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่นักบุญบิเซนเตแห่งอูเอสกา

อาสนวิหารแห่งนี้ได้ขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์เมื่อปี ค.ศ. 1903

อาสนวิหารซาร์ลา

อาสนวิหารซาร์ลา (ฝรั่งเศส: Cathédrale de Sarlat) เรียกชื่อเต็มว่า อาสนวิหารนักบุญซาแซร์โดสแห่งซาร์ลา (Cathédrale Saint-Sacerdos de Sarlat) ปัจจุบันมีฐานะเป็นโบสถ์ประจำเขตแพริช นิกายโรมันคาทอลิก ซึ่งในอดีตเคยมีฐานะเป็นอาสนวิหารประจำมุขมณฑลซาร์ลา ซึ่งต่อมาได้ถูกยุบรวมเป็นส่วนหนึ่งของมุขมณฑลอ็องกูแลม ตั้งแต่ปีค.ศ. 1801 เป็นต้นมา (ตามความตกลง ค.ศ. 1801) ซึ่งไม่นานต่อมาได้ยุบรวมเข้ากับมุขมณฑลเปรีเกอ ตั้งอยู่ที่เมืองซาร์ลา-ลา-กาเนดา จังหวัดดอร์ดอญ ในแคว้นนูแวลากีแตน ประเทศฝรั่งเศส สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่นักบุญซาแซร์โดสแห่งลีมอฌ

อาสนวิหารแห่งนี้ได้ขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ เมื่อปี ค.ศ. 1840

อาสนวิหารดี

อาสนวิหารดี (ฝรั่งเศส: Cathédrale de Die) เรียกชื่อเต็มว่า อาสนวิหารแม่พระแห่งดี (Cathédrale Notre-Dame de Die) ปัจจุบันมีฐานะเป็นโบสถ์ประจำเขตแพริช นิกายโรมันคาทอลิก ซึ่งในอดีตเคยมีฐานะเป็นอาสนวิหารประจำอดีตมุขมณฑลดี ซึ่งต่อมาได้ถูกยุบรวมเป็นส่วนหนึ่งของมุขมณฑลวาล็องส์ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1801 เป็นต้นมา (ตามความตกลง ค.ศ. 1801) ตั้งอยู่ที่เมืองดี จังหวัดโดรม แคว้นโอแวร์ญ-โรนาลป์ ประเทศฝรั่งเศส

อาสนวิหารแห่งนี้สร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 12 เพื่ออุทิศแด่พระนางมารีย์พรหมจารี ต่อมาได้ขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ เมื่อปี ค.ศ. 1840

อาสนวิหารบาซัส

อาสนวิหารบาซัส (ฝรั่งเศส: Cathédrale de Bazas) เรียกชื่อเต็มว่า อาสนวิหารนักบุญยอห์นผู้ให้บัพติศมาแห่งบาซัส (Cathédrale Saint-Jean-Baptiste de Bazas) ปัจจุบันมีฐานะเป็นโบสถ์ประจำเขตแพริช นิกายโรมันคาทอลิก ในอดีตเคยมีฐานะเป็นอาสนวิหารประจำมุขมณฑลบาซัส ซึ่งต่อมาถูกยุบลงโดยเขตปกครองบางส่วนตกเป็นส่วนหนึ่งของอัครมุขมณฑลบอร์โด และอีกส่วนหนึ่งผนวกเข้ากับมุขมณฑลอาแฌ็งและมุขมณฑลแอร์ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1801 เป็นต้นมา (ตามความตกลง ค.ศ. 1801) ตั้งอยู่ที่เมืองบาซัส จังหวัดฌีรงด์ แคว้นนูแวลากีแตน ประเทศฝรั่งเศส สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่นักบุญยอห์นผู้ให้บัพติศมา

อาสนวิหารนั้นเริ่มสร้างในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 13 และ 14 ในรูปแบบของอาสนวิหารขนาดใหญ่ตามแบบสถาปัตยกรรมกอทิกของทางภาคเหนือของฝรั่งเศส สร้างทับบริเวณที่เคยเป็นอาสนวิหารโบราณตั้งแต่ในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 4 ภายในอาสนวิหารประกอบด้วยโถงกลาง (บริเวณกลางโบสถ์) ที่กว้างและยาวแต่ไม่พบส่วนแขนกางเขน บริเวณหน้าบันทิศตะวันตกนั้นค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์โดยแบ่งเป็นสามระดับตามความสูง ระดับแรกประกอบด้วยซุ้มประตูซึ่งยังคงพบงานปั้นในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 13 ในสภาพดี ระดับที่สองได้แก่หน้าต่างกุหลาบงานสมัยปี ค.ศ. 1537 และระดับที่สามได้แก่ยอดหน้าบันแบบสถาปัตยกรรมฟื้นฟูคลาสสิกซึ่งเป็นงานในสมัย ค.ศ. 1723 ส่วนหอระฆังบริเวณทิศเหนือเป็นงานสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 11

ซึ่งน่าเสียดายที่อาสนวิหารถูกทำลายลงในสมัยสงครามศาสนาของฝรั่งเศสโดยกองกำลังกลุ่มอูเกอโนในปี ค.ศ. 1561 อาสนวิหารที่เห็นในปัจจุบันนั้นสร้างขึ้นใหม่ระหว่างปี ค.ศ. 1583–1635

ในปี ค.ศ. 1530 อาสนวิหารนี้ยังใช้เป็นที่จัดงานอภิเษกสมรสของพระเจ้าฟร็องซัวที่ 1 แห่งฝรั่งเศสกับเอเลนอร์แห่งออสเตรีย

อาสนวิหารแห่งนี้ได้ขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์เมื่อปี ค.ศ. 1840 และยังเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งมรดกโลกของยูเนสโก โดยเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางซานเตียโกเดกอมโปสเตลาในประเทศฝรั่งเศสตั้งแต่ปี ค.ศ. 1998

อาสนวิหารออกซฟอร์ด

อาสนวิหารไครสต์เชิร์ช (อังกฤษ: Christ Church Cathedral) เป็นอาสนวิหารแองกลิคันประจำมุขมณฑลออกซฟอร์ด ตั้งอยู่ที่เมืองออกฟอร์ด ในประเทศอังกฤษ และมีเขตการปกครองเลยไปถึงเบนเบอรี (Banbury)

อาสนวิหารเดิมเป็นไพรออรีเซนต์ไฟรด์สไวด์ เพราะเชื่อกันว่าเป็นที่ตั้งของอารามและเรลิกของนักบุญ Frideswide องค์อุปถัมภ์เมืองออกซฟอร์ด แต่ก็ยังเป็นข้อที่ถกเถึยงกันอยู่

เมื่อปี ค.ศ. 1522 โบสถ์ตกไปเป็นของพระคาร์ดินัลวูลซีย์ (Cardinal Wolsey) ผู้ใช้เป็นสถานที่ก่อตั้งวิทยาลัย แต่พอถึงปี ค.ศ. 1529 โบสถ์ก็ถูกยึดไปเป็นของพระเจ้าเฮนรีที่ 8 แห่งอังกฤษ การก่อสร้างวิทยาลัยก็หยุดลงชั่วคราวและมาเริ่มสร้างอีกครั้งเมื่อปีค.ศ. 1546 พระเจ้าเฮนรีที่ 8 ทรงสั่งให้ย้ายอาสนวิหารจากมุขมณฑลออสเซนี (Oseney) มาขึ้นอยู่กับมุขมณฑลออกซฟอร์ด และเปลี่ยนชื่ออาสนวิหารตามพระราชโองการเป็น “Ecclesia Christi Cathedralis Oxoniensis”

อาสนวิหารมีคระนักร้องประสานเสียง (choir) มาตั้งแต่ค.ศ. 1526 เมื่อจอห์น เทเวอร์เนอร์ (John Taverner) เป็นผู้เล่นออร์แกน และเป็นมาสเตอร์ของวงนักสวด ที่ป้ายที่รูปปั้นพระคาร์ดินัลวูลซีย์ที่วิทยาลัยเดิมที่เดิมเรียกว่า Cardinal College บ่งไว้ว่าตอนนั้นมีนักสวด (chorister) 16 คนและมีพระที่ร้องเพลงสวดอีก 30 คน

อาสนวิหารไครสต์เชิร์ชอ้างว่าเป็นอาสนวิหารที่เล็กที่สุดในอังกฤษแต่ปัจจุบันมีอาสนวิหารอื่นที่เล็กกว่าหลายอาสนวิหารที่ได้เลื่อนขึ้นจากโบสถ์ประจำเขตแพริชขึ้นเป็นอาสนวิหารในคริสต์ศตวรรษที่ 20ตัวโบสถ์ ที่ทำพิธี และหอ เป็นสถาปัตยกรรมยุคปลายนอร์มัน ส่วนอื่นเป็นสถาปัตยกรรมตั้งแต่สมัยนอร์มันมาจนถึงแบบเพอร์เพ็นดิคิวลาร์ (Perpendicular) ซึ่งเป็นสมัยหนึ่งของกอธิค เพดานภายในเป็นเพดานโค้งใบพัด (fan-vaulted)

อาสนวิหารอาวร็องช์

อาสนวิหารอาวร็องช์ (ฝรั่งเศส: Cathédrale d'Avranches) เรียกชื่อเต็มว่า อาสนวิหารนักบุญอันดรูว์แห่งอาวร็องช์ (Cathédrale Saint-André d'Avranches) ก่อนถูกทำลายลงในเดือนเมษายน ค.ศ. 1794 เคยมีฐานะเป็นอาสนวิหารในนิกายโรมันคาทอลิก ซึ่งเป็นที่ตั้งของมุขนายกประจำมุขมณฑลอาวร็องช์ซึ่งได้ถูกยุบรวมกับมุขมณฑลกูต็องส์ในปี ค.ศ. 1790 และลดฐานะเป็นเพียงโบสถ์ประจำเขตแพริชจนกระทั่งถูกทำลายในที่สุด ตั้งอยู่บริเวณยอดเนินเขาบริเวณทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเขตเมืองเก่าอาวร็องช์ จังหวัดม็องช์ แคว้นนอร์ม็องดี ประเทศฝรั่งเศส สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่นักบุญอันดรูว์

อาสนวิหารเซอแนซ

อาสนวิหารเซอแนซ (ฝรั่งเศส: Cathédrale de Senez) เรียกชื่อเต็มว่า อาสนวิหารแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์แห่งเซอแนซ (Cathédrale Notre-Dame-de-l'Assomption de Senez) ในปัจจุบันมีฐานะเป็นโบสถ์ประจำเขตแพริช นิกายโรมันคาทอลิก ในอดีตเคยมีฐานะเป็นอาสนวิหารประจำมุขมณฑลเซอแนซซึ่งต่อมาได้ถูกยุบลงเป็นส่วนหนึ่งของมุขมณฑลดีญตั้งแต่ปี ค.ศ. 1801 เป็นต้นมา (ตามความตกลง ค.ศ. 1801) ตั้งอยู่ที่เมืองเซอแนซ จังหวัดอาลป์-เดอ-โอต-พรอว็องส์ ในแคว้นพรอว็องซาลป์โกตดาซูร์ ประเทศฝรั่งเศส สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่พระแม่มารีรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์

อาสนวิหารแห่งนี้ได้ขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์เมื่อปี ค.ศ. 1910

อาสนวิหารแซ็ง-มาโล

อาสนวิหารแซ็ง-มาโล (ฝรั่งเศส: Cathédrale de Saint-Malo) หรือเรียกชื่อเต็มว่า อาสนวิหารนักบุญบิเซนเตแห่งแซ็ง-มาโล (Cathédrale Saint-Vincent de Saint-Malo) ในปัจจุบันมีฐานะเป็นโบสถ์ประจำเขตแพริช นิกายโรมันคาทอลิก ซึ่งในอดีตเคยมีฐานะเป็นอาสนวิหารประจำมุขมณฑลแซ็ง-มาโล ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1146 ซึ่งต่อมาได้ถูกยุบลงเป็นส่วนหนึ่งของอัครมุขมณฑลแรน, มุขมณฑลวาน และมุขมณฑลแซ็ง-บรีเยอตั้งแต่ปี ค.ศ. 1801 เป็นต้นมา (ตามความตกลง ค.ศ. 1801) ตั้งอยู่ที่เมืองแซ็ง-มาโล จังหวัดอีเลวีแลน ในแคว้นเบรอตาญ ประเทศฝรั่งเศส สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่นักบุญบิเซนเตแห่งอูเอสกา

อาสนวิหารนี้มีความหลากหลายทางสถาปัตยกรรมตั้งแต่โรมาเนสก์ กอทิก และฟื้นฟูศิลปวิทยา ได้ขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์เมื่อปี ค.ศ. 1910

เขตมิสซังเชียงราย

เขตมิสซังเชียงราย หรือ สังฆมณฑลเชียงราย เป็นมุขมณฑลล่าสุดของศาสนจักรโรมันคาทอลิกในประเทศไทย

เทศบาลในประเทศฝรั่งเศส

เทศบาล (ฝรั่งเศส: commune) เป็นหน่วยการบริหารที่เล็กที่สุดในสาธารณรัฐฝรั่งเศส ถือได้ว่าเป็นหน่วยการปกครองท้องถิ่นในระดับรากฐาน มีความเก่าแก่และมีขนาดเล็กที่สุดเมื่อเทียบกับในประเทศอื่น ๆ ปัจจุบัน มีเทศบาลมากกว่า 36,580 แห่ง (และอีก 183 แห่งในจังหวัดโพ้นทะเล) มีจำนวนสมาชิกสภาซึ่งมาจากการเลือกตั้งถึงประมาณ 550,000 คน เทศบาลโดยส่วนใหญ่ถึงกว่าร้อยละ 90 มีลักษณะเป็นเมืองขนาดเล็กและอยู่ในพื้นที่ชนบทซึ่งมีประชากรต่ำกว่า 1,500 คน

โบสถ์คริสต์

โบสถ์คริสต์ หมายถึง ศาสนสถานที่ใช้ประกอบพิธีกรรมในศาสนาคริสต์

ภาษาอื่น

This page is based on a Wikipedia article written by authors (here).
Text is available under the CC BY-SA 3.0 license; additional terms may apply.
Images, videos and audio are available under their respective licenses.