มุขมณฑล

มุขมณฑล[1] (อังกฤษ: diocese) คริสต์ศาสนิกชนโรมันคาทอลิกเรียกว่า สังฆมณฑล ในประเทศไทยกรมการศาสนาเรียกว่า เขตมิสซัง[2] เป็นเขตการปกครองของคริสตจักรซึ่งมีมุขนายกเป็นประมุข แต่ละมุขมณฑลจะแบ่งออกเป็นเขตแพริช

ในกรณีที่เป็นมุขมณฑลขนาดใหญ่และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากกว่ามุขมณฑลอื่นที่อยู่รอบ ๆ มุขมณฑลนั้นจะถูกยกสถานะขึ้นเป็นอัครมุขมณฑล[1] โดยมีอัครมุขนายกเป็นประมุข อัครมุขนายกมีสถานะเป็นมุขนายกมหานคร มีอำนาจสูงกว่ามุขนายกปริมุขมณฑลซึ่งเป็นมุขนายกประจำมุขมณฑลอื่น ๆ ในภาคคริสตจักรเดียวกัน

โครงสร้างการปกครองคริสตจักรแบบนี้เรียกว่า การจัดระเบียบองค์การแบบอิปิสโคปัล

มุขมณฑลยังอาจหมายถึง เขตมุขนายก (bishopric) หรือ อิปิสโคปัลซี (Episcopal see) แต่คำว่าอิปิสโคปัลซีมักใช้หมายถึงอาณาเขตที่ปกครองโดยบิชอป ขณะที่ bishopric อาจหมายถึงตำแหน่งบิชอปก็ได้

เขตมิสซังโรมันคาทอลิกในประเทศไทย

ศาสนจักรโรมันคาทอลิกในประเทศไทยแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 2 ภาคคริสตจักร[3] ซึ่งประกอบด้วย 11 เขตมิสซัง[2] 2 ภาคคริสตจักรได้แก่

  • ภาคกรุงเทพฯ ประกอบด้วย
    • เขตมิสซังกรุงเทพฯ มีอาณาเขตครอบคลุม 11 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ ฉะเชิงเทรา (บางส่วน) นครนายก (เฉพาะอำเภอบ้านนา) นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สุพรรณบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร พระนครศรีอยุธยา และอ่างทอง
    • เขตมิสซังจันทบุรี มีอาณาเขตครอบคลุม 8 จังหวัด คือ จันทบุรี ตราด ฉะเชิงเทรา (บางส่วน) นครนายก (เว้นอำเภอบ้านนา) ชลบุรี ปราจีนบุรี ระยอง และสระแก้ว
    • เขตมิสซังราชบุรี มีอาณาเขตครอบคลุม 4 จังหวัด คือ ราชบุรี กาญจนบุรี เพชรบุรี และสมุทรสงคราม
    • เขตมิสซังสุราษฎร์ธานี มีอาณาเขตครอบคลุม 15 จังหวัด คือ สุราษฎร์ธานี กระบี่ ชุมพร ตรัง ปัตตานี ประจวบคีรีขันธ์ นครศรีธรรมราช พังงา นราธิวาส ภูเก็ต พัทลุง ระนอง ยะลา สงขลา และสตูล
    • เขตมิสซังเชียงใหม่ มีอาณาเขตครอบคลุม 4 จังหวัด คือ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน และลำปาง (ยกเว้นอำเภองาว)
    • เขตมิสซังนครสวรรค์ มีอาณาเขตครอบคลุม 13 จังหวัด คือ นครสวรรค์ กำแพงเพชร ชัยนาท ตาก พิจิตร เพชรบูรณ์ ลพบุรี สิงห์บุรี สระบุรี สุโขทัย อุทัยธานี และอุตรดิตถ์
    • เขตมิสซังเชียงราย มีอาณาเขตครอบคลุม 5 จังหวัด คือ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน และลำปาง (เฉพาะอำเภองาว)

ในบรรดาเขตมิสซังเหล่านี้ เขตมิสซังกรุงเทพฯ มีสถานะเป็นอัครมุขมณฑล มีอำนาจควบคุม 6 เขตมิสซังที่เหลือซึ่งเป็นปริมุขมณฑล

ในบรรดาเขตมิสซังเหล่านี้ เขตมิสซังท่าแร่-หนองแสงมีสถานะเป็นอัครมุขมณฑล มีอำนาจควบคุม 3 เขตมิสซังที่เหลือซึ่งเป็นปริมุขมณฑล

อ้างอิง

  1. 1.0 1.1 ราชบัณฑิตยสถาน, พจนานุกรมศัพท์ศาสนาสากล ฉบับราชบัณฑิตยสถาน, ราชบัณฑิตยสถาน, 2548, หน้า 139
  2. 2.0 2.1 กรมการศาสนา, รายงานการศาสนา ประจำปี ๒๕๔๓, กรมการศาสนา, 2543, หน้า 194-6
  3. เอกสารกรมการศาสนาหน้า 161
จังหวัดนอร์

นอร์ (ฝรั่งเศส: Nord, ออกเสียง: [nɔʁ]) เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ในแคว้นโอดฟร็องส์ในประเทศฝรั่งเศส ตัวจังหวัดตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของประเทศ โดยมีลีลเป็นเมืองหลัก

นอร์เป็นหนึ่งใน 83 จังหวัดที่ก่อตั้งขึ้นระหว่างการปฏิวัติฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 4 มีนาคม ค.ศ. 1790 ที่ก่อตั้งขึ้นจากเคาน์ตีฟล็องดร์และเคาน์ตีแอโน และอัครมุขมณฑลก็องแบรที่ตกมาเป็นของฝรั่งเศสในสนธิสัญญาปี ค.ศ. 1659, ค.ศ. 1668 และ ค.ศ. 1678 ตามลำดับ

สถานที่สำคัญและน่าสนใจในจังหวัดนอร์ก็ได้แก่ มหาวิหารแม่พระแห่งก็องแบรและอารามแซ็งตาม็องที่แซ็งตาม็องเลโซ

บาทหลวง

บาทหลวง (อังกฤษ: priest) หมายถึง นักบวชในศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกและออร์ทอดอกซ์ ส่วนนิกายโปรเตสแตนต์เรียก priest ว่า ปุโรหิต

มุขนายก

บิชอป (อังกฤษ: Bishop) กรมการศาสนาและราชบัณฑิตยสถานบางครั้งให้เรียกว่ามุขนายก เป็นตำแหน่งการปกครองในคริสตจักรที่มีการจัดระเบียบองค์การแบบอิปิสโคปัล เช่น โรมันคาทอลิก อีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์ ออเรียนทัลออร์ทอดอกซ์ หรือแม้แต่ในนิกายโปรเตสแตนต์บางคณะ เช่น แองกลิคัน ลูเทอแรน เมทอดิสต์

สมเด็จพระสันตะปาปาจอห์น ปอลที่ 2

สมเด็จพระสันตะปาปา นักบุญจอห์น ปอลที่ 2 มีพระนามเดิมว่า การอล ยูแซฟ วอยตือวา ( Karol Józef Wojtyła ในภาษาโปแลนด์) เกิดเมื่อ 18 พฤษภาคม ค.ศ. 1920 ที่หมู่บ้านวาดอวิตแซ ใกล้เมืองกรากุฟ ประเทศโปแลนด์ บิดาเป็นทหารมียศเป็นจ่าทหารและเกษียณราชการแล้ว มารดาเสียชีวิต เมื่อคาโรลยังเป็นเด็ก ท่านเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์พิเศษ ชอบการกีฬาเป็นอันมาก ท่านยังชอบบทกวีและการแสดงละคร

หลังจากการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระสันตะปาปาจอห์น ปอลที่ 1 คณะพระคาร์ดินัลทั่วโลกก็มีมติเลือกให้พระคาร์ดินัลการอล วอยตือวา ประมุขแห่งอัครมุขมณฑลกรากุฟ ซึ่งขณะนั้นมีพระชนมายุเพียง 58 พรรษา ขึ้นเป็นประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ค.ศ. 1978 นับเป็นพระสันตะปาปาองค์ที่ 264 ที่สืบตำแหน่งต่อจากนักบุญซีโมนเปโตรอัครทูต

สมเด็จพระสันตะปาปาจอห์น ปอลที่ 2 เป็นประมุขของคริสตจักรโรมันคาทอลิกทั่วโลก เป็นพระสันตะปาปาที่ไม่ใช่ชาวอิตาเลียนองค์แรกในรอบ 455 ปี และเป็นพระสันตะปาปาองค์แรกที่เป็นชาวโปแลนด์ รวมทั้งยังเป็นพระสันตะปาปาที่ได้รับเลือกขณะที่มีอายุน้อยที่สุดแห่งศตวรรษที่ 20 อีกด้วย

พระองค์เป็นพระสันตะปาปาที่สำคัญที่สุดองค์หนึ่งในประวัติศาสตร์สมัยปัจจุบัน พระองค์ทรงเดินทางรอบโลกเพื่อเยี่ยมเยียนคริสตชนมากกว่าพระสันตะปาปาองค์ใด ๆ ในอดีตที่ผ่านมา ทรงต่อต้านกระแสทุนนิยมที่ไร้ขอบเขต การกดขี่ทางการเมือง ยืนกรานในการต่อต้านการทำแท้ง และปกป้องวิถีทางของศาสนจักรในเรื่องเพศของมนุษย์

ปัจจุบัน พระองค์ท่านได้รับการประกาศเป็นนักบุญโดยสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส เมื่อวันที่ 27 เมษายน ค.ศ. 2014 ณ มหาวิหารนักบุญเปโตร กรุงโรม

สันตะสำนัก

สันตะสำนัก (ละติน: Santa Sedes) หรือ อาณาจักรอันศักดิ์สิทธิ์ (อังกฤษ: Holy See) คือสถาบันฝ่ายปกครองศาสนาในกำกับของมุขนายกแห่งกรุงโรม อันเป็นตำแหน่งประมุขของคริสตจักรโรมันคาทอลิกทั้งหมดด้วย สันตะสำนักเป็นที่ตั้งของรัฐบาลกลางของคริสตจักรโรมันคาทอลิก ฉะนั้นเมื่อกล่าวถึง “สันตะสำนัก” จึงหมายถึงองค์กรบริหารส่วนกลางของคริสตจักรโรมันคาทอลิกทั้งหมด และเป็นอาณาจักรทางศาสนาที่เป็นที่ยอมรับตามกฎหมายนานาชาติว่าเป็นรัฐอิสระที่มีประมุขเป็นพระสันตะปาปาและสถาปนาความสัมพันธ์ทางทูตกับประเทศอื่นได้สันตะสำนักแบ่งการบริหารออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่

สมณะกระทรวง (Congregation)

สมณะทบวง (Pontifical Council)

สำนักกรรมาธิการ (Pontifical Commission)

สำนักงาน (Holy Office)ทั้งนี้สันตะสำนักไม่ใช่นครรัฐวาติกันที่ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1929 สันตะสำนักถือว่ามีมาตั้งแต่ศาสนาคริสต์ยุคแรก ตำแหน่งทูตจะไม่ใช่ตำแหน่งทูตแห่งนครรัฐวาติกัน แต่จะเป็นทูตแห่งสันตะสำนัก และผู้แทนของพระสันตะปาปาในรัฐหรือประเทศอื่นก็ถือว่าเป็นผู้แทนของสันตะสำนัก มิใช่ผู้แทนของนครรัฐวาติกันเรียกว่าเอกอัครสมณทูต

ขณะที่มุขมณฑลอื่น ๆ ในคริสตจักรต่างก็เป็นมุขมณฑลที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่การเรียกอาณาจักรอันศักดิ์สิทธิ์โดยทั่วไปแล้วจะเป็นความหมายที่ใช้ในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและในความหมายของประมวลกฎหมายพระศาสนจักร ที่หมายถึงรัฐบาลกลางของคริสตจักรโรมันคาทอลิกทั้งหมด

อัครมุขนายก

อาร์ชบิชอป (อังกฤษ: Archbishop) หรืออัครมุขนายก ชาวไทยคาทอลิกเรียกว่าพระอัครสังฆราช เป็นตำแหน่งการปกครองระดับสูงในบางคริสตจักรที่มีการจัดระเบียบองค์การแบบอิปิสโคปัล เช่น โรมันคาทอลิก ออร์ทอดอกซ์ แองกลิคัน ถือว่ามีสถานะเหนือกว่ามุขนายก (bishop) การเป็นอัครมุขนายกหมายถึงการได้ปกครองอัครมุขมณฑล (archdiocese) ซึ่งเป็นมุขมณฑลที่มีความสำคัญเป็นกรณีพิเศษ หรือในกรณีของแองกลิคันคอมมิวเนียนจะหมายถึงกลุ่มมุขมณฑลที่รวมกันเป็นภาคคริสตจักร เช่น ภาคแคนเทอร์เบอรีที่ปกครองโดยอาร์ชบิชอปแห่งแคนเทอร์เบอรี แต่ก็ไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป

“อัครมุขนายก” มีฐานะเท่าเทียมกับมุขนายกในด้านการศาสนา แต่มีอภิสิทธิ์บางอย่างมากกว่า ฉะนั้นถ้าผู้ที่เป็นมุขนายกอยู่แล้วได้รับการแต่งตั้ง (appointment) เป็นอัครมุขนายกก็ไม่จำเป็นต้องรับการอภิเษก (consecration) อีก มีแต่พิธีเข้ารับตำแหน่ง (installation) แต่ถ้าผู้ที่ได้รับตำแหน่งไม่ได้เป็นมุขนายกมาก่อน ผู้นั้นก็ต้องเข้าพิธีอภิเษกเพื่อรับศีลอนุกรมเสียก่อนที่จะทำหน้าที่เป็นอัครมุขนายก

คำว่า “Archbishop” มาจากภาษากรีกว่า “αρχι” ที่แปลว่า “ที่หนึ่ง” หรือ “หัวหน้า” และคำว่า “επισκοπος” ที่แปลว่า “ปกครองดูแล”

“อัครมุขนายก” ปกครอง “อัครมุขมณฑล” หรือภาคคริสตจักร ถ้าเป็นในสมัยโบราณโดยเฉพาะในสมัยจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ อัครมุขนายกก็จะปกครอง “รัฐอัครมุขนายก” เช่น อาร์ชบิชอปแห่งไมนทซ์ (Archbishop of Mainz) ผู้ปกครอง “ราชรัฐอัครมุขนายกไมนทซ์” (Archbishopric of Mainz)

อาสนวิหาร

อาสนวิหาร (อังกฤษ: Cathedral; ฝรั่งเศส: Cathédrale; เยอรมัน: Kathedrale/Dom; อิตาลี: Cattedrale/Duomo) คือคริสต์ศาสนสถานประเภทหนึ่งที่คริสต์ศาสนิกชนใช้ทำการนมัสการพระเจ้า (โดยเฉพาะในคริสตจักรที่มีการจัดระเบียบองค์การแบบอิปิสโคปัล เช่น โรมันคาทอลิก อีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์ แองกลิคัน และลูเทอแรน อาสนวิหารจะเป็นโบสถ์ประจำตำแหน่งของมุขนายก ที่ใช้เป็นศูนย์กลางของมุขมณฑลซึ่งเป็นเขตปกครองของบิชอปคำว่าอาสนวิหารใช้ได้หลายความหมาย บางอาสนวิหารของคริสตจักรปฏิรูปที่สกอตแลนด์ซึ่งปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของคริสตจักรแห่งสกอตแลนด์ยังใช้คำว่าเรียกตัวเองว่าอาสนวิหารอยู่ทั้งที่โบสถ์นั้นไม่มีตำแหน่งมุขนายกประจำ ฉะนั้นในบางกรณีคำว่าอาสนวิหารจึงใช้เรียกโบสถ์ที่ไม่ได้เป็นที่ตั้งอาสนะของบิชอปแต่มีลักษณะใหญ่โตน่าประทับใจ

นิกายอีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์จะไม่ใช้คำว่าอาสนวิหารแต่จะใช้คำว่าโบสถ์ใหญ่ (the great church) แต่เมื่อแปลเป็นภาษาอังกฤษก็จะใช้คำว่า “cathedral” เมื่อพูดถึงโบสถ์ใหญ่

นิกายออเรียนทัลออร์ทอดอกซ์จะไม่มีอาสนวิหารอย่างที่ว่าแต่จะมีโบสถ์หลักเช่นโบสถ์เซนต์มาร์กที่ไคโรซึ่งก็เรียกกันว่า “cathedral” เช่นกัน

อาสนวิหารหลายแห่งในทวีปยุโรปไม่เรียกตัวเองว่าอาสนวิหารแต่จะเรียกตัวเองว่า Minster หรือ Münster เช่น ที่เมืองยอร์ก หรือ ลิงคอล์น ในประเทศอังกฤษ แต่คนทั่วไปก็ยังเรียกทั้งสองแห่งนี้ว่า “อาสนวิหาร” ในประเทศเยอรมนี ทั้งสองคำนี้มีรากมาจากคำว่า monasterium ใน ภาษาละติน เพราะแต่เดิมอาสนวิหารเหล่านี้เคยอยู่ภายใต้การปกครองของแคนัน (canon) ที่อยู่ในชุมชนนั้นหรืออาจจะเคยเป็นแอบบีย์มาก่อนการปฏิรูปศาสนาฝ่ายโปรเตสแตนต์

อาสนวิหารซีมีเย

อาสนวิหารซีมีเย (ฝรั่งเศส: Cathédrale de Cimiez) เรียกชื่อเต็มว่า อาสนวิหารนักบุญมารีย์แห่งซีมีเย (Cathédrale Sainte-Marie de Cimiez) เป็นอดีตอาสนวิหารในนิกายโรมันคาทอลิกประจำอดีตมุขมณฑลซีมีเย มุขมณฑลในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 5 เป็นต้นมาจนกระทั่งถูกยุบรวมเข้ากับมุขมณฑลนิสเมื่อปี ค.ศ. 1590 ตั้งอยู่บนเนินเขาปราสาทเก่าของเมืองนิส (Château de Nice) จังหวัดอาลป์-มารีตีม แคว้นพรอว็องซาลป์โกตดาซูร์ ประเทศฝรั่งเศส สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่พระนางมารีย์พรหมจารี ในปัจจุบันหลงเหลือเพียงฐานรากและซากปรักหักพัง

อาสนวิหารดักซ์

อาสนวิหารดักซ์ (ฝรั่งเศส: Cathédrale de Dax) เรียกชื่อเต็มว่า อาสนวิหารแม่พระแห่งดักซ์ (Cathédrale Notre-Dame de Dax) เป็นอาสนวิหารโรมันคาทอลิก เป็นที่ตั้งของมุขนายกประจำมุขมณฑลแอร์และดักซ์ ตั้งอยู่ที่เมืองดักซ์ จังหวัดล็องด์ ในแคว้นนูแวลากีแตน ประเทศฝรั่งเศส สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่พระนางมารีย์พรหมจารี

ในอดีตเคยเป็นที่ตั้งของอดีตมุขมณฑลดักซ์ แต่ได้ถูกยุบลงภายหลังการปฏิวัติฝรั่งเศส ซึ่งรวมถึงอดีตมุขมณฑลแอร์ซึ่งประสบชะตากรรมเดียวกันด้วย โดยทั้งสองได้ถูกยุบผนวกกับมุขมณฑลบายอนตามความตกลง ค.ศ. 1801 และต่อมาในปี ค.ศ. 1817 ได้มีการแยกออกมาอีกครั้งหนึ่งโดยรวมเป็นหนึ่งมุขมณฑล มีชื่อเรียกว่า มุขมณฑลแอร์และดักซ์ โดยมีที่ตั้งของมุขนายกที่อาสนวิหารแอร์ ต่อมาในปี ค.ศ. 1833 ได้มีการย้ายที่ตั้งของมุขนายกมาอยู่ที่อาสนวิหารแห่งดักซ์ อนึ่ง อาสนวิหารแอร์ยังคงเป็นอาสนวิหารร่วม (co-cathedral)

อาสนวิหารแห่งนี้ได้ขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์เมื่อปี ค.ศ. 1884 ในบริเวณซุ้มประตูอัครทูต (Portail des Apôtres) และอาคารส่วนที่เหลือ ค.ศ. 1946

อาสนวิหารนัวยง

อาสนวิหารนัวยง (ฝรั่งเศส: Cathédrale de Noyon) หรือชื่อทางการว่า อาสนวิหารแม่พระแห่งนัวยง (Cathédrale Notre-Dame de Noyon) ในอดีตเป็นอาสนวิหารในนิกายโรมันคาทอลิกของอดีตมุขมณฑลนัวยง ตั้งอยู่ที่เมืองนัวยงในจังหวัดอวซ แคว้นโอดฟร็องส์ ประเทศฝรั่งเศส

อาสนวิหารนัวยงเดิมเป็นอาสนวิหารประจำตำแหน่งมุขนายกแห่งนัวยง ต่อมาถูกยุบรวมกับมุขมณฑลโบแวตามความตกลง ค.ศ. 1801 ในปัจจุบันจึงมีฐานะเป็นโบสถ์ประจำเขตในสังกัดมุขมณฑลโบแว ตัวอาสนวิหารสร้างบนสถานที่เดิมเป็นโบสถ์ที่ถูกเพลิงไหม้ไปในปี ค.ศ. 1131 ที่เป็นตัวอย่างที่ดีของสถาปัตยกรรมคาบสมัยระหว่างโรมาเนสก์และกอทิก

อาสนวิหารบาซัส

อาสนวิหารบาซัส (ฝรั่งเศส: Cathédrale de Bazas) เรียกชื่อเต็มว่า อาสนวิหารนักบุญยอห์นผู้ให้บัพติศมาแห่งบาซัส (Cathédrale Saint-Jean-Baptiste de Bazas) ปัจจุบันมีฐานะเป็นโบสถ์ประจำเขตแพริช นิกายโรมันคาทอลิก ในอดีตเคยมีฐานะเป็นอาสนวิหารประจำมุขมณฑลบาซัส ซึ่งต่อมาถูกยุบลงโดยเขตปกครองบางส่วนตกเป็นส่วนหนึ่งของอัครมุขมณฑลบอร์โด และอีกส่วนหนึ่งผนวกเข้ากับมุขมณฑลอาแฌ็งและมุขมณฑลแอร์ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1801 เป็นต้นมา (ตามความตกลง ค.ศ. 1801) ตั้งอยู่ที่เมืองบาซัส จังหวัดฌีรงด์ แคว้นนูแวลากีแตน ประเทศฝรั่งเศส สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่นักบุญยอห์นผู้ให้บัพติศมา

อาสนวิหารนั้นเริ่มสร้างในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 13 และ 14 ในรูปแบบของอาสนวิหารขนาดใหญ่ตามแบบสถาปัตยกรรมกอทิกของทางภาคเหนือของฝรั่งเศส สร้างทับบริเวณที่เคยเป็นอาสนวิหารโบราณตั้งแต่ในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 4 ภายในอาสนวิหารประกอบด้วยโถงกลาง (บริเวณกลางโบสถ์) ที่กว้างและยาวแต่ไม่พบส่วนแขนกางเขน บริเวณหน้าบันทิศตะวันตกนั้นค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์โดยแบ่งเป็นสามระดับตามความสูง ระดับแรกประกอบด้วยซุ้มประตูซึ่งยังคงพบงานปั้นในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 13 ในสภาพดี ระดับที่สองได้แก่หน้าต่างกุหลาบงานสมัยปี ค.ศ. 1537 และระดับที่สามได้แก่ยอดหน้าบันแบบสถาปัตยกรรมฟื้นฟูคลาสสิกซึ่งเป็นงานในสมัย ค.ศ. 1723 ส่วนหอระฆังบริเวณทิศเหนือเป็นงานสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 11

ซึ่งน่าเสียดายที่อาสนวิหารถูกทำลายลงในสมัยสงครามศาสนาของฝรั่งเศสโดยกองกำลังกลุ่มอูเกอโนในปี ค.ศ. 1561 อาสนวิหารที่เห็นในปัจจุบันนั้นสร้างขึ้นใหม่ระหว่างปี ค.ศ. 1583–1635

ในปี ค.ศ. 1530 อาสนวิหารนี้ยังใช้เป็นที่จัดงานอภิเษกสมรสของพระเจ้าฟร็องซัวที่ 1 แห่งฝรั่งเศสกับเอเลนอร์แห่งออสเตรีย

อาสนวิหารแห่งนี้ได้ขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์เมื่อปี ค.ศ. 1840 และยังเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งมรดกโลกของยูเนสโก โดยเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางซานเตียโกเดกอมโปสเตลาในประเทศฝรั่งเศสตั้งแต่ปี ค.ศ. 1998

อาสนวิหารลารอแชล

อาสนวิหารลารอแชล (ฝรั่งเศส: Cathédrale de La Rochelle) หรือชื่อเต็มว่า อาสนวิหารนักบุญหลุยส์แห่งลารอแชล (Cathédrale Saint-Louise de La Rochelle) เป็นอาสนวิหารโรมันคาทอลิก และเป็นที่ตั้งของมุขนายกประจำมุขมณฑลลารอแชลและแซ็งต์ ตั้งอยู่ที่ในเขตเมืองลารอแชล จังหวัดชาร็องต์-มารีตีม ในแคว้นนูแวลากีแตน ประเทศฝรั่งเศส สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่นักบุญหลุยส์ (อดีตพระมหากษัตริย์แห่งฝรั่งเศส)

สืบเนื่องจากการผนวกระหว่างมุขมณฑลลารอแชล (ก่อตั้งเมื่อ ค.ศ. 1648) และมุขมณฑลแซ็งต์ เมื่อปี ค.ศ. 1852 อาสนวิหารแห่งใหม่ ประจำมุขมณฑลใหม่นี้ก็ยังคงมิได้วางศิลาฤกษ์แต่อย่างใด จนกระทั่งเมื่อปี ค.ศ. 1742 เนื่องจากได้ประสบปัญหาด้านเงินทุนก่อสร้าง สถาปนิกผู้เป็นเจ้าของแบบ คือ ฌัก กาบรีแยล ถึงแก่กรรมลง โดยมีบุตรชายของเขา อ็องฌ์-ฌัก กาบรีแยล เป็นผู้รับช่วงดูแลการก่อสร้างต่อ ถึงแม่ว่าจะยังไม่เสร็จสมบูรณ์แต่อาสนวิหารลารอแชลได้มีการเสกเมื่อปี ค.ศ. 1784 ตัวอาสนวิหารเป็นสถาปัตยกรรมฟื้นฟูคลาสสิก

บริเวณมุขโค้งของวิหาร มีหอระฆังเก่ายุคกลางแบบสถาปัตยกรรมกอทิก ที่เคยอยู่ติดกับโบสถ์นักบุญบาร์เตเลมีซึ่งสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1152 และต่อมาถูกทำลายลงในระหว่างสงครามศาสนาของฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1568 เหลือทิ้งไว้เพียงหอระฆัง ที่ในสมัยนั้นถือว่าเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุด ต่อมายังได้ใช้หอระฆังนี้เป็นป้อมปืนใหญ่เพื่อต่อสู้กับกองทัพหลวงของพระเจ้าหลุยส์ที่ 13 แห่งฝรั่งเศสที่มาบุกล้อมเมืองเมื่อปี ค.ศ. 1627

อาสนวิหารลารอแชลพร้อมทั้งหอระฆังแห่งโบสถ์นักบุญบาร์เตเลมีได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ของประเทศฝรั่งเศสเมื่อปี ค.ศ. 1906

อาสนวิหารแซ็ง-มาโล

อาสนวิหารแซ็ง-มาโล (ฝรั่งเศส: Cathédrale de Saint-Malo) หรือเรียกชื่อเต็มว่า อาสนวิหารนักบุญบิเซนเตแห่งแซ็ง-มาโล (Cathédrale Saint-Vincent de Saint-Malo) ในปัจจุบันมีฐานะเป็นโบสถ์ประจำเขตแพริช นิกายโรมันคาทอลิก ซึ่งในอดีตเคยมีฐานะเป็นอาสนวิหารประจำมุขมณฑลแซ็ง-มาโล ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1146 ซึ่งต่อมาได้ถูกยุบลงเป็นส่วนหนึ่งของอัครมุขมณฑลแรน, มุขมณฑลวาน และมุขมณฑลแซ็ง-บรีเยอตั้งแต่ปี ค.ศ. 1801 เป็นต้นมา (ตามความตกลง ค.ศ. 1801) ตั้งอยู่ที่เมืองแซ็ง-มาโล จังหวัดอีเลวีแลน ในแคว้นเบรอตาญ ประเทศฝรั่งเศส สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่นักบุญบิเซนเตแห่งอูเอสกา

อาสนวิหารนี้มีความหลากหลายทางสถาปัตยกรรมตั้งแต่โรมาเนสก์ กอทิก และฟื้นฟูศิลปวิทยา ได้ขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์เมื่อปี ค.ศ. 1910

อาสนวิหารแซ็งต์

อาสนวิหารแซ็งต์ (ฝรั่งเศส: Cathédrale de Saintes) หรือชื่อเต็มว่า อาสนวิหารนักบุญเปโตรแห่งแซ็งต์ (Cathédrale Saint-Pierre de Saintes) เป็นอาสนวิหารโรมันคาทอลิกในฐานะของอาสนวิหารร่วม (co-cathedral) ประจำมุขมณฑลลารอแชลและแซ็งต์ ตั้งอยู่ในเขตเมืองแซ็งต์ จังหวัดชาร็องต์-มารีตีม ในแคว้นนูแวลากีแตน ประเทศฝรั่งเศส สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่อัครทูตนักบุญเปโตร

อาสนวิหารแห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งของมุขมณฑลแซ็งตงฌ์จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1802 ถูกยุบรวมเข้ากับมุขมณฑลลารอแชล จึงได้ถูกลดฐานะเป็นเพียงแค่โบสถ์ประจำเขต ซึ่งต่อมาได้ถูกยกฐานะอีกครั้งเป็นอาสนวิหารร่วมประจำมุขมณฑลลารอแชลและแซ็งต์ โดยสมเด็จพระสันตะปาปาปิอุสที่ 9 เมื่อ 22 มกราคม ค.ศ. 1852อาสนวิหารแซ็ง-ปีแยร์แซ็งต์ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ของประเทศฝรั่งเศสเมื่อปี ค.ศ. 1862 และบริเวณวิหารคดได้รับการขึ้นทะเบียนเมื่อ 9 มิถุนายน ค.ศ. 1937

อาสนวิหารแล็สการ์

อาสนวิหารแล็สการ์ (ฝรั่งเศส: Cathédrale de Lescar) เรียกชื่อเต็มว่า อาสนวิหารแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์แห่งแล็สการ์ (Cathédrale Notre-Dame-de-l'Assomption de Lescar) ในปัจจุบันมีฐานะเป็นโบสถ์ประจำเขตแพริชนิกายโรมันคาทอลิก ซึ่งในอดีตเคยมีฐานะเป็นอาสนวิหารประจำมุขมณฑลแล็สการ์ซึ่งต่อมาได้ถูกยุบลงเป็นส่วนหนึ่งของมุขมณฑลบายอนและมุขมณฑลอาแฌ็งตั้งแต่ปี ค.ศ. 1801 เป็นต้นมา (ตามความตกลง ค.ศ. 1801) ตั้งอยู่ที่เมืองแล็สการ์ จังหวัดปีเรเน-อัตล็องติก แคว้นนูแวลากีแตน ประเทศฝรั่งเศส สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่แม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์

อาสนวิหารแห่งนี้ได้ขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์เมื่อปี ค.ศ. 1840

อาสนวิหารแอร์

อาสนวิหารแอร์ (ฝรั่งเศส: Cathédrale d'Aire) เรียกชื่อเต็มว่า อาสนวิหารนักบุญยอห์นผู้ให้บัพติศมาแห่งแอร์ (Cathédrale Saint-Jean-Baptiste d'Aire) ในปัจจุบันมีฐานะเป็นอาสนวิหารร่วม (co-cathedral) นิกายโรมันคาทอลิก สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่นักบุญยอห์นผู้ให้บัพติศมา ในอดีตเคยมีฐานะเป็นอาสนวิหารประจำมุขมณฑลแอร์ซึ่งต่อมาถูกยุบลงในปี ค.ศ. 1801 ตามสนธิสัญญาความตกลง ค.ศ. 1801 โดยเสียพื้นที่ปกครองให้กับมุขมณฑลบายอน อาสนวิหารจึงถูกลดฐานะเป็นเพียงโบสถ์ประจำเขต ต่อมาได้มีการฟื้นฟูฐานะมุขมณฑลนี้กลับขึ้นมาอีกในปี ค.ศ. 1822 และในปี ค.ศ. 1857 ได้มีการผนวกเพื้นที่เข้ากับพื้นที่ของอดีตมุขมณฑลดักซ์ กลายเป็นมุขมณฑลแอร์และดักซ์ อาสนวิหารแห่งนี้จึงมีฐานะเป็นอาสนวิหารร่วมจนถึงปัจจุบัน ตั้งอยู่ที่เมืองแอร์-ซูร์-ลาดูร์ จังหวัดล็องด์ แคว้นนูแวลากีแตน ประเทศฝรั่งเศส

อาสนวิหารแห่งนี้ได้ขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์เมื่อปี ค.ศ. 1906

เขตมิสซังกรุงเทพฯ

เขตมิสซังกรุงเทพฯ คริสต์ศาสนิกชนชาวคาทอลิกในประเทศไทยเรียกว่าอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ เป็นอัครมุขมณฑลโรมันคาทอลิกในประเทศไทย ซึ่งมีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานคร และจังหวัดต่าง ๆ ได้แก่ ชัยนาท ฉะเชิงเทราบางส่วน อำเภอบ้านนา (นครนายก) นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สุพรรณบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร พระนครศรีอยุธยา และอ่างทอง

สำนักมิสซังคาทอลิกกรุงเทพฯ ปัจจุบันตั้งอยู่ที่ 51 ซอยโรงแรมแมนดารินโอเรียนเต็ล ซอยเจริญกรุง 40 ถนนเจริญกรุง แขวงบางรัก เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

เขตแพริช

เขตแพริช (อังกฤษ: Parish) หรือที่ชาวคาทอลิกในประเทศไทยเรียกว่าเขตวัด เป็นเขตปกครองในคริสต์ศาสนา ใช้หลายคริสตจักร เช่น โรมันคาทอลิก แองกลิคัน เป็นต้น นอกจากใช้ในทางศาสนาแล้วในบางประเทศ เช่น อังกฤษ สหรัฐอเมริกา ยังใช้เขตแพริชหมายถึงเขตปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย

โบสถ์คริสต์

โบสถ์คริสต์ หมายถึง ศาสนสถานที่ใช้ประกอบพิธีกรรมในศาสนาคริสต์

ภาษาอื่น

This page is based on a Wikipedia article written by authors (here).
Text is available under the CC BY-SA 3.0 license; additional terms may apply.
Images, videos and audio are available under their respective licenses.