พ.ศ. 2314

พุทธศักราช 2314 ใกล้เคียงกับ

ศตวรรษ:
ปี:
1771 ในปฏิทินอื่น
ปฏิทินสุริยคติไทย2314
ปฏิทินเกรกอเรียน1771
MDCCLXXI
Ab urbe condita2524
ปฏิทินอาร์มีเนีย1220
ԹՎ ՌՄԻ
ปฏิทินอัสซีเรีย6521
ปฏิทินบาไฮ−73 – −72
ปฏิทินเบงกอล1178
ปฏิทินเบอร์เบอร์2721
ปีในรัชกาลอังกฤษ11 Geo. 3 – 12 Geo. 3
พุทธศักราช2315
ปฏิทินพม่า1133
ปฏิทินไบแซนไทน์7279–7280
ปฏิทินจีน庚寅(ขาลธาตุโลหะ)
4467 หรือ 4407
    — ถึง —
辛卯年 (เถาะธาตุโลหะ)
4468 หรือ 4408
ปฏิทินคอปติก1487–1488
ปฏิทินดิสคอร์เดีย2937
ปฏิทินเอธิโอเปีย1763–1764
ปฏิทินฮีบรู5531–5532
ปฏิทินฮินดู
 - วิกรมสมวัต1827–1828
 - ศกสมวัต1693–1694
 - กลียุค4872–4873
ปฏิทินโฮโลซีน11771
ปฏิทินอิกโบ771–772
ปฏิทินอิหร่าน1149–1150
ปฏิทินอิสลาม1184–1185
ปฏิทินญี่ปุ่นMeiwa 8
(明和8年)
ปฏิทินจูเชN/A
ปฏิทินจูเลียนเกรกอเรียนลบ 11 วัน
ปฏิทินเกาหลี4104
ปฏิทินหมินกั๋ว141 ก่อน ROC
民前141年

ผู้นำ

21 กันยายน

วันที่ 21 กันยายน เป็นวันที่ 264 ของปี (วันที่ 265 ในปีอธิกสุรทิน) ตามปฏิทินสุริยคติแบบเกรกอเรียน เมื่อถึงวันนี้จะยังเหลือวันอีก 101 วันในปีนั้น

25 พฤษภาคม

วันที่ 25 พฤษภาคม เป็นวันที่ 145 ของปี (วันที่ 146 ในปีอธิกสุรทิน) ตามปฏิทินสุริยคติแบบเกรกอเรียน เมื่อถึงวันนี้จะยังเหลือวันอีก 220 วันในปีนั้น

จักรพรรดินีโกะ-ซะกุระมะชิ

สมเด็จพระจักรพรรดินีโกะ-ซะกุระมะชิ (後桜町天皇 โกะ-ซะกุระมะชิ-เท็นโน, 23 กันยายน พ.ศ. 2283 - 24 ธันวาคม พ.ศ. 2356) ทรงเป็นสมเด็จพระจักรพรรดินีแห่งญี่ปุ่นพระองค์ที่ 117 อันเนื่องมาจากการสืบราชสันตติวงศ์ตามโบราณราชประเพณี จักรพรรดินีโกะ-ซะกุระมะชิครองราชย์ตั้งแต่พ.ศ. 2305 ถึงพ.ศ. 2314 เป็นระยะเวลา 9 ปี

ในศตวรรษที่ 18 สมเด็จพระจักรพรรดินีนาถทรงตั้งพระนามในรัชสมัยของพระองค์ตามสมเด็จพระจักรพรรดิซะกุระมะชิพระราชบิดา จักรพรรดิในรัชกาลที่ 115 และคำว่า "โกะ-"(後) ในภาษาญี่ปุ่นมีความหมายว่า "หลังจาก","ถัดมา" หรือ "ต่อมา" ในบางครั้งจึงมีการออกพระนามว่า "สมเด็จพระจักรพรรดินีนาถซะกุระมะชิองค์ต่อมา" (Later Empress Regnant Sakuramachi) นอกจากนี้คำว่า "โกะ" ยังอาจแปลได้อีกความหมายว่า "ลำดับที่สอง" ในเอกสารเก่าบางเห่งจึงพบการออกพระนามของพระองค์ว่า "สมเด็จพระจักรพรรดินีนาถซะกุระมะชิที่ 2" ("Sakuramachi, the second,", "Sakuramachi II")

ในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น จักรพรรดินีโกะ-ซะกุระมะชิเป็นสมเด็จพระจักรพรรดินีนาถพระองค์สุดท้ายจากพระจักรพรรดินีนาถทั้ง 8 พระองค์ สมเด็จพระจักรพรรดินีนาถทั้ง 7 พระองค์ก่อนรัชสมัยของพระนางได้แก่ จักรพรรดินีซุอิโกะ, จักรพรรดินีโคเงียวกุหรืออีกพระนามหนึ่งคือ สมเด็จพระจักรพรรดินีนาถไซเม, จักรพรรดินีจิโต, จักรพรรดินีเก็มเม, จักรพรรดินีเก็นโช, จักรพรรดินีโคเก็งหรืออีกพระนามหนึ่งคือ สมเด็จพระจักรพรรดินีนาถโชโตะคุ และสมเด็จพระจักรพรรดินีเมโช

จักรพรรดิโกะ-โมะโมะโซะโนะ

จักรพรรดิโกะ-โมะโมะโซะโนะ (ญี่ปุ่น: 後桃園天皇 , 5 สิงหาคม 2301 - 16 ธันวาคม 2322 , ครองราชย์ 2314 - 2322) จักรพรรดิพระองค์ที่ 118 ตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์

จักรพรรดิโกะ-โมะโมะโซะโนะครองราชย์ระหว่างปี พ.ศ. 2314 - พ.ศ. 2322

โดยพระนามของพระองค์นำมาจากพระนามของ จักรพรรดิโมะโมะโซะโนะ จักรพรรดิองค์ที่ 117 ผู้เป็นพระราชบิดาเมื่อใส่คำว่า โกะ (後) ที่แปลว่า ที่สอง หรือ ยุคหลัง เข้าไปในพระนามทำให้พระนามของพระองค์มีความหมายว่า จักรพรรดิโมะโมะโซะโนะที่สอง หรือ จักรพรรดิโมะโมะโซะโนะยุคหลัง

ซึ่งจักรพรรดิโกะ-โมะโมะโซะโนะนับเป็นจักรพรรดิญี่ปุ่นองค์สุดท้ายที่พระนามของพระองค์มีคำว่า โกะ อยู่ในพระนาม

จักรพรรดิโคกากุ

จักรพรรดิโคกากุ (อังกฤษ: Emperor Kōkaku; ญี่ปุ่น: 光格天皇 โรมาจิ: Kōkaku-tennō) เป็นจักรพรรดิองค์ที่ 119 แห่ง ราชวงศ์ญี่ปุ่น ตามที่ได้บันทึกไว้ใน รายพระนามจักรพรรดิญี่ปุ่น ครองราชบัลลังก์ดอกเบญจมาศระหว่าง ค.ศ. 1779–1817

จูลี คลารี สมเด็จพระราชินีแห่งสเปน

มารี จูลี โบนาปาร์ต (วงศ์เดิม คลารี) หรือ จูลี คลารี สมเด็จพระราชินีแห่งสเปน, สมเด็จพระราชินีแห่งเนเปิลส์และซิชิลี (26 ธันวาคม ค.ศ. 1771, มาร์แซย์ - 7 เมษายน ค.ศ. 1845, ฟลอเรนซ์ ) ทรงเป็นสมเด็จพระราชินีแห่งสเปนและหมู่เกาะอินดิส, เนเปิลส์และซิชิลี ในฐานะพระมเหสีในโจเซฟ โบนาปาร์ต ผู้ครองราชบัลลังก์เนเปิลส์และซิชิลีตั้งแต่มกราคม ค.ศ. 1806 ถึงมิถุนายน ค.ศ. 1808 และจากนั้นทรงครองราชบัลลังก์สเปนและหมู่เกาะอินดิสตะวันตกของสเปนตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน ค.ศ. 1808 ถึงมิถุนายน ค.ศ. 1813

ตำหนักซานดริงแฮม

ตำหนักซานดริงแฮม (ภาษาอังกฤษ: Sandringham House) เป็นคฤหาสน์ชนบทตั้งอยู่ที่หมู่บ้านซานดริงแฮม, นอร์โฟล์คในสหราชอาณาจักร เป็นตำหนักที่เป็นสมบัติส่วนพระองค์ของพระราชวงศ์อังกฤษ

บริเวณที่ตั้งของตำหนักมีผู้อยู่อาศัยมาตั้งแต่สมัยเอลิซาเบธ ในปี ค.ศ. 1771 สถาปนิกคอร์นิช เฮ็นลีย์สร้างซานดริงแฮมฮอล ซานดริงแฮมฮอลได้รับการขยายระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 19 โดยชาร์ลส์ สเป็นเซอร์ คาวเพอร์บุตรของลอร์ดพาล์มเมอร์สตัน ผู้สร้างระเบียงและเรือนกระจกที่หรูหราออกแบบโดยสถาปนิกซามูเอล แซนเดอร์ส ทูลอน (Samuel Sanders Teulon)

ในปี ค.ศ. 1862 สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียทรงซี้อซานดริงแฮมฮอลตามพระประสงค์ของพระราชโอรสเจ้าชายแห่งเวลส์เพื่อใช้เป็นที่ประทับของพระองค์และเจ้าสาวเจ้าหญิงอเล็กซานดราแห่งเดนมาร์ก สองปีหลังจากที่ทรงย้ายไปประทับที่ซานดริงแฮมฮอลก็ทรงพบว่ามีขนาดเล็กเกินกว่าที่ต้องพระประสงค์ จึงทรงสั่งให้เอ เจ ฮัมเบิร์ตรื้อตำหนักทิ้งเพื่อสร้างตำหนักใหม่ที่ใหญ่ขึ้น

สิ่งก่อสร้างใหม่เป็นอิฐสีแดงสร้างเสร็จปลายปี ค.ศ. 1870 เป็นลักษณะผสมที่เห็นกันว่าเป็นตัวอย่างที่ไม่ค่อยดีนักของการก่อสร้างคฤหาสน์ชนบทของสมัยวิคตอเรียตอนกลาง ส่วนที่ขยายเป็นแกลเลอรีโถงทางเข้าซึ่งใช้ในการจัดงานเลี้ยงและกิจการภายในครอบครัว ปีกที่ก่อสร้างใหม่ต่อจากตัววังเดิมตามลักษณะเก่า ประกอบด้วยบอลรูม การออกแบบด้านนี้ถือว่าเป็นแบบที่สอดคล้องกันกว่าส่วนอื่น ถึงแม้ว่าการออกแบบจะไม่มีอะไรพิเศษนัก แต่ตำหนักเป็นสิ่งก่อสร้างที่ประกอบด้วยสิ่งต่างๆ ที่ล้ำยุคเช่น การติดตั้งไฟแกส ห้องน้ำที่มีน้ำประปา และน้ำฝักบัว ส่วนหนึ่งของวังถูกทำลายในไฟไหม้ระหว่างการเตรียมฉลองวันประสูติครบ 50 พรรษาของ เจ้าชายแห่งเวลส์ในปี ค.ศ. 1891 แต่ก็ได้รับการซ่อมแซม

ซานดริงแฮมใช้เป็นตำหนักส่วนพระองค์ของพระราชวงศ์อังกฤษมาสี่ชั่วคน เมื่อเริ่มแรกเจ้าหญิงอเล็กซานดราก็ทรงมีความแคลงใจแต่ก็มาโปรดเอามากในภายหลัง สิ่งที่เด่นก็ได้แก่หน้าต่างโค้งซึ่งทำให้ภายในโปร่งขึ้น ตัวตำหนักออกแบบเพื่อความสะดวกสบายของผู้อยู่อาศัยและมิได้พยายามสร้างเพื่อให้เป็นสถาปัตยกรรมชิ้นเด่นเช่นตำหนักหรือวังอื่นๆ แต่อย่างใด แต่แม้ว่าขนาดและห้องหลักๆ จะกว้างใหญ่แต่บริเวณที่อยู่อาศัยจริงๆ ค่อนข้างแคบ

ห้องบรรทมของเจ้าชายอัลเบิร์ต วิกเตอร์ ดยุคแห่งคลาเรนซ์ และ เจ้าชายจอร์จพระราชโอรสของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 เป็นเพียงห้องเล็กๆ แต่พื้นที่กว้างนอกตัววังเป็นที่ใช้เลี้ยงสัตว์ต่างๆ ของพระราชินีอเล็กซานดรา เช่นม้า, สุนัข, แมว และอื่นๆ รวมทั้งแพะที่ทรงช่วยให้รอดชีวิตจากคนฆ่าสัตว์ สัตว์ต่างๆ เหล่านี้เป็นที่ชื่นชอบของพระโอรสธิดาและต่อมาพระนัดดา พระโอรสธิดาของพระเจ้าจอร์จที่ 5โปรดที่จะมาเฝ้าพระอัยกาและพระอัยกีที่ซานดริงแฮม สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งสำหรับเด็กคือบาบูนสตัฟถือถาดใส่บัตรผู้มาเฝ้า พระเจ้าจอร์จที่ 5 และพระราชินีอเล็กซานดราทรงตามพระทัยพระนัดดาซึ่งต่างไปจากบรรยากาศของการประทับอยู่กับพระชนก หลังจากพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 สวรรคต ซานดริงแฮมก็ใช้เป็นวังสำหรับการมาพักในวันหยุดของพระราชวงศ์ต่อเนื่องกันมา

เมื่อพระเจ้าจอร์จที่ 6สิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1952 ที่ซานดริงแฮมสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2มักทรงใช้เวลาที่ซานดริงแฮมเป็นการส่วนพระองค์กับครอบครัวในวันครบรอบวันสวรรคตของพระชนก ซานดริงแฮมจึงเป็นวังที่ทรงใช้ประทับทุกเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ซานดริงแฮมเปิดให้ประชาชนเข้าชมเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1977 ภายในเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์แสดงชีวิตในราชสำนักและประวัติของซานดริงแฮม

ซานดริงแฮมเป็นที่โปรดปรานของพระราชวงศ์อังกฤษมาตลอด และยังทรงใช้เป็นสถานที่ที่ทรงพบปะกันในวันปีใหม่ของทุกปี และใช้เป็นที่ในการจัดการล่าสัตว์ ความที่โปรดงานล่าสัตว์ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 ทรงสั่งให้ตั้งนาฬิกาครี่งชั่วโมงก่อนเวลามาตรฐานกรีนิชเพื่อให้มีเวลาล่าสัตว์เพิ่มขึ้น การตั้งเวลาซานดริงแฮมทำติดต่อกันระหว่างปี ค.ศ. 1901 ถึงปี ค.ศ. 1936 เมื่อพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8ทรงสั่งให้เลิก

ภายในบริเวณที่ดินของซานดริงแฮมเป็นที่ตั้งของสิ่งก่อสร้างอื่นเช่นกระท่อมยอร์คสร้างโดยพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 ไม่นานหลังจากที่ย้ายเข้าประทับที่ซานดริงแฮม เป็นที่ที่พระเจ้าจอร์จที่ 5 โปรดปรานมากที่สุด ไดอานา เจ้าหญิงแห่งเวลส์ทรงสมภพที่พาร์คเฮาส์ที่ซานดริงแฮมในปี ค.ศ. 1961ซานดริงแฮมและพระราชวังบาลมอรัลเป็นสมบัติส่วนพระองค์ของพระราชวงศ์อังกฤษมิใช่เป็นสมบัติหลวง การเป็นเจ้าของเป็นกลายมาเป็นปัญหาเมื่อปี ค.ศ. 1936 เมื่อสมเด็จพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8ทรงสละราชสมบัติแต่เพราะซานดริงแฮมเป็นส่วนหนึ่งของราชสมบัติที่พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8 ทรงได้รับจากพระราชบิดา จึงมิได้ผ่านต่อไปยังสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 6พระอนุชาโดยปริยาย พระเจ้าจอร์จที่ 6 จึงจำต้องทรงซึ้อบาลมอรัลและซานดริงแฮมจากพระเชษฐาเพื่อให้เป็นที่ใช้ในการพักผ่อนของพระประยูรญาติต่อมา

ท้าวสุรนารี

ท้าวสุรนารี หรือ คุณหญิงโม (ต้นฉบับว่า ท่านผู้หญิงโม) นิยมเรียกว่า ย่าโม (พ.ศ. 2314 — พ.ศ. 2395) เป็นบุคคลในประวัติศาสตร์ไทยในฐานะวีรสตรีมีส่วนกอบกู้เมืองนครราชสีมาจากกองทัพเจ้าอนุวงศ์ พระมหากษัตริย์เวียงจันทน์ เมื่อปี พ.ศ. 2369 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายหลังคุณหญิงโมได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นท้าวสุรนารี

พ.ศ. 2383

พุทธศักราช 2383 ตรงกับปีคริสต์ศักราช 1840

พระนารายน์ราชารามาธิบดี

สมเด็จพระนารายน์ราชารามาธิบดี หรือ พระอุทัยราชาที่ 2 หรือนักองค์ตน เป็นพระมหากษัตริย์กัมพูชา และเป็นพระโอรสของนักองค์โสร์ ผู้เป็นพระโอรสของพระรามาธิบดี (นักองค์ทอง) ประสูติประมาณ พ.ศ. 2282

ในช่วงปลายรัชกาลของพระรามาธิบดี (นักองค์ทอง) เกิดการแย่งชิงอำนาจกันขึ้นในราชสำนักกัมพูชา สมเด็จพระศรีสุริโยพรรณ (องค์หิง) ผู้เป็นพระอนุชาของสมเด็จพระศรีไชยเชษฐ์ พระมหากษัตริย์พระองค์ก่อนที่สิ้นพระชนม์ไป นำสมัครพรรคพวกไปล้อมจับบนักองค์ตน นักองค์ตนได้หนีไปพึงสมเด็จพระโสร์ทศที่เมืองเปียม สมเด็จพระโสร์ทศจึงเกณฑ์กองทัพมาตีทัพของนักองค์หิงแตกไป นักองค์หิงถูกจับประหารชีวิต พระแก้วฟ้า (นักองค์ด้วง) อนุชาของนักองค์หิงหนีไปบวชแต่ก็ถูกจับสึกและถูกประหารชีวิตเช่นกัน นักองค์โนนและนักองค์ชี พระโอรสของพระศรีไชยเชษบ์และเป็นหลานของนักองค์หิงหนีไปบวช ชายาของนักองค์หิงได้ร่วมมือกับเจ้าฟ้าทะละหะ (เภา) และออกญาวงษาธิราช (โสม) จะจับนักองค์ตนฆ่า แต่นักองค์ตนรู้พระองค์ก่อน จึงรวบรวมทหารปราบพวกกบฏแตกพ่ายไปเมืองโพธิสัตว์ นักองค์โนนและนักองค์ชีได้หนีไปกับกลุ่มกบฏนี้ด้วย

ต่อมา ใน พ.ศ. 2300 พระรามาธิบดี (นักองค์ทอง) สิ้นพระชนม์ นักองค์ตนได้ถวายพระเพลิงพระบรมศพพระอัยกา แล้วจึงรวบรวมทหารไปตีฝ่ายของพระศรีไชยเชษฐ์ที่ตั้งมั่นอยู่ที่เมืองโพธิสัตว์ให้เด็ดขาด ฝ่ายนักองค์ตนเป็นฝ่ายชนะ จับเชื้อสายของพระศรีไชยเชษฐ์ประหารชีวิตหมดสิ้น รวมทั้งนักองค์ชี ส่วนนักองค์โนนมีผู้มาช่วยพาหนีไปกรุงศรีอยุธยาได้สำเร็จ จากนั้น นักองค์ตนจึงขึ้นครองราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์แห่งกัมพูชา

พระองค์ดำเนินนโยบายต่างประเทศแบบนิยมเวียดนาม และขอกำลังทหารเวียดนามมาช่วยเมื่อเกิดความขัดแย้งกับไทย ซึ่งในรัชกาลของพระองค์ เกิดสงครามกับสยามในแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชถึงสองครั้ง ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2312 สยามยกทัพไปตีบันทายเพชรทางบกแต่ไม่ทันสำเร็จ มีข่าวว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเสด็จสวรรคต จึงเลิกทัพกลับมาก่อน อีกครั้งหนึ่งใน พ.ศ. 2314 ซึ่งหลักฐานทางฝ่ายไทยกล่าวว่าตีได้เมืองบันทายเพชร นักองค์ตนหนีไปเวียดนาม จึงอภิเษกให้นักองค์โนนขึ้นเป็นกษัตริย์กัมพูชา แต่หลักฐานทางกัมพูชากล่าวว่า สยามตีเมืองบันทายเพชรไม่สำเร็จ จึงให้นักองค์โนนประทับอยู่ที่เมืองกำปอต จน พ.ศ. 2318 เวียดนามที่สนับสนุนนักองค์ตนอ่อนแอลง นักองค์ตนจึงถวายราชสมบัติแก่นักองค์โนน พระองค์นั้นดำรงตำแหน่งพระมหาอุปโยราช จนสิ้นพระชนม์ใน พ.ศ. 2320

หลังการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ เกิดการจลาจลในกัมพูชาเพื่อต่อต้านนักองค์โนน จนนักองค์โนนถูกสำเร็จโทษ พระโอรสของพระองค์คือนักองค์เองได้ครองราชสมบัติต่อมา

พระเจ้าแอ็นสท์ เอากุสท์ที่ 1 แห่งฮันโนเฟอร์

แอ็นสท์ เอากุสท์ (Ernest Augustus) เป็นเจ้าจากราชวงศ์อังกฤษโดยเป็นพระราชโอรสในพระเจ้าจอร์จที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร โดยทรงเป็น ดยุกแห่งคัมบาลันด์และสแตรธเอิร์น ต่อมาเมื่อพระเจ้าวิลเลียมที่ 4 ผู้เป็นพระเชษฐาได้เสด็จสวรรคต พระองค์จึงได้รับเลือกให้สืบราชบัลลังก์ฮันโนเฟอร์ต่อจากพระเชษฐา การที่พระองค์ได้ขึ้นครองบัลลังก์ฮันโนเฟอร์หมายความว่าราชอาณาจักรฮันโนเฟอร์ได้กลายเป็นรัฐอิสระที่ไม่ขึ้นต่อกษัตริย์แห่งอังกฤษ

รายพระนามพระมหากษัตริย์ลาว

ลำดับกษัตริย์ลาว อ้างอิงตามพงศาวดารหลวงพระบาง ชินกาลมาลีปกรณ์ และ ตำนานพระแก้วมรกต กรณีศักราชไม่ตรงกัน จะยึดตามตำนานพระแก้วมรกตเป็นหลัก

ขุนบรมราชาธิราช (พ.ศ. 1240 - พ.ศ. 1293) ได้ย้ายจากหนองแส (เมืองหลวงของอาณาจักรน่านเจ้า) มาอยู่ที่ใหม่เรียกว่า นาน้อยอ้อยหนู (เมืองแถนหรือเมืองกาหลง) ปัจจุบันเรียกว่าเชียงรุ่งเขตสิบสองพันนา พร้อมทั้งขยายอาณาเขตออกไปโดยส่งโอรส 7 องค์ไปครองเมืองต่าง ๆ คือ

ขุนลอ - ปกครองเมืองชวา(หลวงพระบาง)

ท้าวผาล้าน - ปกครองเมืองหอแต(ต้าหอ)

ท้าวจุลง - ปกครองเมืองโกดแท้แผนปม

ท้าวคำผง - ปกครองเมืองเชียงใหม่

ท้าวงั่วอิน - ปกครองเมืองศรีอยุธยา (ละโว้)

ท้าวกม - ปกครองเมืองมอน (อินทรปัต)

ท้าวเจือง - ปกครองเมืองพวน (เชียงขวาง)

สมเด็จพระศรีสุลาลัย

สมเด็จพระศรีสุลาลัย บางแห่งสะกดว่าสมเด็จพระศรีสุลาไลย พระนามเดิม เรียม (28 มกราคม พ.ศ. 2314 — 17 ตุลาคม พ.ศ. 2380) เป็นพระสนมเอกในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และเป็นพระราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี

สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี หรือ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (จีน: 鄭昭; พินอิน: Zhèng Zhāo; แต้จิ๋ว: Dênchao; 17 เมษายน พ.ศ. 2277 – 6 เมษายน พ.ศ. 2325) มีพระนามเดิมว่า สิน เป็นคนไทยเชื้อสายจีน ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ก่อตั้งอาณาจักรธนบุรี และเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์เดียวของราชอาณาจักรธนบุรี

เดิมพระองค์เป็นนายทหารในรัชกาลสมเด็จพระที่นั่งสุริยาศน์อมรินทร์ ต่อมา พ.ศ. 2310 เกิดการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง พระองค์ได้เป็นผู้นำขับไล่ทหารพม่าที่ยึดครองกรุงศรีอยุธยาอยู่ในเวลานั้น และได้ปราบดาภิเษกเป็นพระเจ้ากรุงศรีอยุธยาอีกเจ็ดเดือนถัดมา โดยพระองค์ย้ายเมืองหลวงไปยังกรุงธนบุรี และรวบรวมแผ่นดินซึ่งมีขุนศึกก๊กต่าง ๆ ปกครองให้กลับเป็นปึกแผ่นอีกครั้ง เช่นเดียวกับการขยายอาณาเขตออกไปอย่างกว้างขวาง นอกจากนี้ ยังทรงฟื้นฟูราชอาณาจักรในด้านต่าง ๆ ให้กลับคืนสู่สภาวะปกติหลังสงคราม ทั้งส่งเสริมกิจการด้านเศรษฐกิจ ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม วรรณกรรม และการศึกษา ภายหลังรัฐบาลไทยประกาศให้วันที่ 28 ธันวาคมของทุกปีเป็น "วันสมเด็จพระเจ้าตากสิน" และยังทรงได้รับสมัญญานามมหาราช

พระองค์เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2325 เมื่อพระชนพรรษา 48 พรรษา หลังถูกสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกซึ่งเป็นพระสหายสำเร็จโทษ และสืบราชสมบัติต่อเป็นต้นราชวงศ์จักรีในปัจจุบัน รวมเวลาครองราชย์ 15 ปี พระองค์มีพระราชโอรสและพระราชธิดารวมทั้งสิ้น 30 พระองค์ พระองค์ทรงเป็นวีรกษัตริย์ของชาติไทยที่ประชาชนรู้จักดีและเป็นที่เคารพสักการะมากที่สุดพระองค์หนึ่ง นอกจากนี้ยังมีพระบรมราชานุสรณ์ของพระองค์มีประดิษฐานมากที่สุดและมักได้รับการกล่าวขานถึงความศักดิ์สิทธิ์มาก

อาณาจักรหลวงพระบาง

อาณาจักรล้านช้างหลวงพระบาง อยู่ทางประเทศลาวตอนเหนือ ภายหลังเมื่อรวมลาวเป็นหนึ่งแล้ว ก็ยังเป็นเมืองหลวงของลาว จนกระทั่งเปลี่ยนแปลงการปกครอง

หลังเจ้ากิสราช กับเจ้าองค์นก (องค์ดำ) มาชิงเอาเมืองหลวงพระบางได้ ก็ประกาศขึ้นครองราชสมบัติของนครหลวงพระบางในระหว่างพ.ศ. 2250 ถึง พ.ศ. 2269 เจ้ากิ่งกิสราชขึ้นครองราชย์ ต่อมาเจ้าอินทะโสมอนุชาเป็นกบฏหนีไปอยู่สิบสองปันนา พระเจ้ากิ่งกิสราชอยู่ในราชสมบัติจนถึง พ.ศ. 2269 เป็นรัชสมัยเดียวกับพระเจ้าชัยเชษฐาธิราชที่ 2 หรือ พรเจ้าองค์ไชยเว้ครองนครเวียงจันทน์ พระเจ้าสร้อยศรีสมุทรครองนครจำปาศักดิ์ พระเจ้ากิ่งกิสราชมีโอรสนามว่าเจ้าแท่นขาว เจ้าแท่นคำ ครั้นในรัชสมัยเจ้าโชติกะ กองทัพญวนได้ยกทัพมาจากทางทิศตะวันออก บุกเข้ายึดเมืองพวนและเข้าประชิดแดนหลวงพระบาง ในเวลาที่เจ้าอินทะโสมสวรรคต เสนาอำมาตย์จึงเนามบรรดาโอรสของเจ้าอินทะโสมเสี่ยงทายให้เป็นแม่ทัพไปตีพวกญวนแตกพ่ายกลับไป จึงอัญเชิญขึ้นเสวยราชย์แทนได้ 8 เดือน บรรดาพระประยูรญาติไม่พอพระทัย จึงยอมสละราชสมบัติให้แก้เจ้าโชติกะปีนั้นเอง ต่อมาทัพพม่ายกทัพใหญ่มารุกรานหลวงพระบางเจ้าโชติกะเสด็จหนีออกไปจากนคร ปล่อยให้เจ้าสุริยะวงศ์รักษาเมืองแทน พม่าตีหลวงพระบางได้จับตัวเจ้าอินทะวงศ์และกวาดต้อนผู้คนไปยังพม่า

ต่อมา เจ้าอินทะวงศ์ หนีกลับพม่ามา ซ่องสุมผู้คนอยู่ในเขตเมืองแถงแล้วยกทัพมายึดหลวงพระบางไว้ เจ้าโชติกะหนีไปตั้งค่ายอยู่นอกเมือง เตรียมจะยกทัพมาสู้รบเจ้าหญิงศรีคำกองซึ่งเป็นขนิษฐาของเจ้าโชติกะเกลี้ยกล่อมมิให้ทั้ง 2 ฝ่ายรบราฆ่าฟันกันเอง จึงมอบราชสบัติให้แก่เจ้าสุริยวงศาในปี พ.ศ. 2314 หลวงพระบางมีเรื่องขัดแย้งกับนครเวียงจันทน์ในสมัยเจ้าสุริยวงศา จนล่วงมาถึงรัชสมัยเจ้าอุ่นคำ หลวงพระบางและเวียงจันทน์ไม่ปกติสุข ด้วยชาวฮ่อหนีมาจากยูนนาน เหตุการณ์สงบลงเนื่องจากทางฝ่ายญวนได้ตีขนาบมาอีกด้านหนึ่ง จนมาถึงสมัยพระเจ้าสักรินทรฤทธิ์ เพราะอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ที่ไทยต้องทำสงครามกับฝรั่งเศสนั้นเอง จึงส่งผลทำให้ไทยต้องยอมยกดินแดนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขงซึ่งมีเมืองหลวงพระบางอยู่ด้วยนั้นให้ตกไปเป็นของฝรั่งเศสแทน เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2436

อาร์ชดยุกคาร์ล ดยุกแห่งเทเชิน

อาร์ชดยุกคาร์ลแห่งออสเตรีย ดยุกแห่งเทเชิน หรือพระนามเต็มคือ คาร์ล ลุดวิจ โยฮันน์ โยเซฟ ลอเรินซ์ (Karl Ludwig Johann Josef Lorenz) เป็นจอมพลและเจ้าชายแห่งจักรวรรดิออสเตรีย ทรงเป็นพระโอรสองค์ที่สามในจักรพรรดิเลโอโปลด์ที่ 2 แห่งโรมันอันศักดิ์สิทธิ์กับพระนางมาเรีย ลุยซา แห่งสเปน และทรงมีศักดิ์เป็นพระอนุชาของจักรพรรดิฟรันซ์ที่ 1 แห่งออสเตรีย แม้ว่าอาร์ชดยุกคาร์ลจะมีโรคประจำตัวเป็นโรคลมชัก แต่พระองค์ก็ประสบความสำเร็จในการเป็นผู้บัญชาการทหารและผู้ปฏิรูปของกองทัพออสเตรีย และพระองค์ยังเป็นหนึ่งในศัตรูยากจะรับมือของนโปเลียน โบนาปาร์ต

อาร์ชดยุกคาร์ลเริ่มเป็นผู้บัญชาหารทหารในสงครามปฏิวัติฝรั่งเศส ในช่วงต้นสงครามประสานมิตรครั้งที่หนึ่ง ทรงได้รับชัยชนะที่เนียร์วินเดนในปี 1793 ก่อนที่พระองค์จะได้ลิ้มรสความพ่ายแพ้ในปี 1793 และ 1794 ต่อมาในปี 1796 ทรงเป็นผู้บัญญชาการกองทัพออสเตรียในลุ่มแม่น้ำไรน์ อาร์ชดยุกคาร์ลสามารถมีชัยเหนือ ฌ็อง-บาติสต์ โยร์ด็อง ที่อัมแบร์กและเวือร์ซบูร์ก และต่อมาสามารถมีชัยที่เอ็มเมนดิงเงิน ซึ่งทำให้กองทหารของ ฌ็อง วิกตอร์ มารี โมโร ถอนกำลังข้ามแม่น้ำไรน์ไป ต่อมาในปี 1809 ทรงเข้าร่วมในสงครามประสานมิตรครั้งที่ห้าและสามารถมีชัยเหนือนโปเลียนได้ในยุทธการที่แอสเพิร์น-เอสสลิง ก่อนที่จะได้มาพ่ายแพ้ให้แก่นโปเลียนในยุทธการที่วากรัม หลังจากศึกที่วากรัม อาร์ชดยุกคาร์ลก็ไม่ได้มีส่วนร่วมที่สำคัญในสงครามนโปเลียนอีก

เจ้าพระตา

เจ้าพระตา หรือ เจ้าพระวรราชปิตา (พ.ศ. 2236-2314) เป็นเจ้าผู้ครองนครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบาน (หนองบัวลำภู) พระองค์ที่ 2 (พ.ศ. 2311-พ.ศ. 2314) เป็นพระราชโอรสในพระเจ้าสุวรรณปางคำ (เจ้าปางคำ) ปฐมกษัตริย์แห่งนครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบาน อันสืบมาแต่สายราชวงศ์สุวรรณปางคำ นครเชียงรุ่งแสนหวีฟ้าสิบสองปันนา เป็นพระราชบิดาเจ้าพระวิไชยราชสุริยวงษขัติยราช เจ้าผู้ครองอาณาจักรล้านช้างจำปาศักดิ์ องค์ที่ 3 และเป็นพระราชบิดาเจ้าพระประทุมวรราชสุริยวงศ์ เจ้าผู้ครองเมืองอุบลราชธานีศรีวนาไลยประเทศราช องค์ที่ 1

โฉมงามกับเจ้าชายอสูร

โฉมงามกับเจ้าชายอสูร (ฝรั่งเศส: La Belle et la Bête) เป็นนิทานโบราณดั้งเดิม ฉบับแรกซึ่งเป็นภาษาฝรั่งเศส ประพันธ์โดย มาดาม ใน พ.ศ. 2283 ฉบับที่มีชื่อเสียงที่สุด คือฉบับที่ได้รับการย่อเรื่องของมาดาม Villeneuve ใน พ.ศ. 2299 โดย มาดาม Jeanne-Marie Leprince de Beaumont ฉบับภาษาอังกฤษฉบับแรกได้ออกมาใน พ.ศ. 2300 หลากหลายฉบับของนิทานเรื่องโฉมงามกับเจ้าชายอสูร ได้เป็นที่รู้จักดีในยุโรป ยกตัวอย่าง ในประเทศฝรั่งเศส Zémire et Azor เป็นฉบับโอเปราของนิทานเรื่องนี้ ประพันธ์โดย Marmontel และจัดการบรรเลงโดย Grétry ใน พ.ศ. 2314 ฉบับโอเปรานี้ได้รับชื่อเสียงอย่างมากในศตวรรษที่ 19. ฉบับนี้เป็นฉบับที่ใช้โครงร่างของฉบับมาดาม Jeanne-Marie Leprince de Beaumont

โรเบิร์ต โอเวน

โรเบิร์ต โอเวน (อังกฤษ: Robert Owen) เป็นชาวเวลส์ เกิดเมื่อ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2314 และถึงแก่กรรมเมื่อ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2401 รวมอายุ 87 ปี เป็นนักเศรษฐศาสตร์และนักปฏิรูปทางสังคมชาวอังกฤษ เป็นที่รู้จักในฐานะ บิดาแห่งการสหกรณ์โลก โอเวนเสนอให้มีการจัดตั้งชมรมสหกรณ์ขึ้น โดยให้ทรัพย์สินต่างๆ ของชมรม เป็นของส่วนรวม เพื่อไม่ให้มีสภาพของนายทุนในสหกรณ์ แต่จัดตั้งไม่สำเร็จและไม่ได้รับการยอมรับ โอเวนจึงทดลองตั้งชมรมสหกรณ์ชื่อ นิวฮาร์โมนี (New Harmony) ขึ้นที่เมืองนิวฮาร์โมนี รัฐอินดีแอนา ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี พ.ศ. 2368 และล้มเลิกไปในเวลาต่อมา เพราะไม่มีการคัดเลือกสมาชิก และไม่มีกิจกรรมที่คุ้มกับค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ในขณะนั้นยังมีปัญหาเกี่ยวกับการปกครองและศาสนา

ภาษาอื่น

This page is based on a Wikipedia article written by authors (here).
Text is available under the CC BY-SA 3.0 license; additional terms may apply.
Images, videos and audio are available under their respective licenses.