ประเทศเวียดนามเหนือ

ประเทศเวียดนามเหนือ หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐประชาธิปไตยเวียดนาม (เวียดนาม: Việt Nam Dân Chủ Cộng Hòa) คือประเทศที่เกิดจากการรวมของแคว้นตังเกี๋ยและแคว้นอันนัมของฝรั่งเศส ประกาศก่อตั้งเมื่อวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2488 (ค.ศ. 1945) โดยประธานาธิบดีโฮจิมินห์ ตั้งอยู่บริเวณครึ่งบนของประเทศเวียดนามในปัจจุบัน

สาธารณรัฐประชาธิปไตยเวียดนาม
Việt Nam Dân Chủ Cộng Hòa
สาธารณรัฐ

พ.ศ. 24882519
Flag ตราแผ่นดิน
ธงชาติ ตราแผ่นดิน
เพลงชาติ
Tiến Quân Ca
Location of เวียดนามเหนือ
แผนที่ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยเวียดนาม(สีเขียวอ่อน) และสาธารณรัฐเวียดนาม(สีเขียวเข้ม)
เมืองหลวง ฮานอย
รัฐบาล สาธารณรัฐสังคมนิยม
ประวัติศาสตร์
 -  ปกครองตนเอง พ.ศ. 2488
 -  ได้รับเอกราช 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2496
 -  เปลี่ยนแปลงสู่ระบอบสาธารณรัฐ 2519
พื้นที่ 157,880 ตร.กม. (60,958 ตารางไมล์)
ประชากร
 -  ประมาณการ 15,916,955 
     ความหนาแน่น 100.8 คน/ตร.กม.  (261.1 คน/ตารางไมล์)
สกุลเงิน ด่อง

ประวัติ

Dien Thai Hoa
ราชวงศ์ห่งบ่าง 2879–258 ปีก่อนคริสต์ศักราช
ราชวงศ์ถุก 257–207 ปีก่อนคริสต์ศักราช
ราชวงศ์เจี่ยว 207–111 ปีก่อนคริสต์ศักราช
การปกครองของจีนครั้งแรก 111 ปีก่อนคริสต์ศักราช – 40
พี่น้องจึง 40–43
การปกครองของจีนครั้งที่สอง 43–544
ราชวงศ์ลี้ยุคก่อน 544–602
การปกครองของจีนครั้งที่สาม 602–938
ราชวงศ์โง 939–967
ราชวงศ์ดิญ 968–980
ราชวงศ์เลยุคก่อน 980–1009
ราชวงศ์ลี้ 1009–1225
ราชวงศ์เจิ่น 1225–1400
ราชวงศ์โห่ 1400–1407
การปกครองของจีนครั้งที่สี่ 1407–1427
ราชวงศ์เล 1428–1788
ราชวงศ์หมัก 1527–1592
• เจ้าตระกูลจิ่ญ 1545–1787
• เจ้าตระกูลเหงียน 1558–1777
ราชวงศ์เต็ยเซิน 1778–1802
ราชวงศ์เหงียน 1802–1945
ลัทธิจักรวรรดินิยมตะวันตก 1883–1945
สาธารณรัฐประชาธิปไตย เวียดนาม 1945–1976
สาธารณรัฐเวียดนาม 1955–1975
สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ตั้งแต่ 1976
หัวเรื่องสืบเนื่อง
ราชวงศ์จามปา 192–1471
ราชวงศ์ฟูนาน 1–627
รายชื่อเมืองหลวงของประวัติศาสตร์เวียดนาม
รายพระนามกษัตริย์และจักรพรรดิแห่งเวียดนาม
ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจของเวียดนาม
วัฒนธรรมก่อนประวัติศาสตร์ของเวียดนาม

หลังจากที่สงครามโลกครั้งที่สองได้ยุติลงในปี พ.ศ. 2488 เวียดนามได้ประกาศที่จะต่อสู้เพื่อให้เวียดนามหลุดพ้นจากสภาพการเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสอย่างเปิดเผย ด้วยความต้องการที่จะเป็นเอกราช จึงได้มีการสู้รบกันอย่างหนักเป็นเวลานานถึง 8 ปี จนกระทั่งกองกำลังเวียดมินห์ ของพรรคนิยมคอมมิวนิสต์เวียดนามสามารถโจมตีป้อมปราการสำคัญของฝรั่งเศสที่เดียนเบียนฟูแตกลงในวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2497 วิกฤตการณ์สงครามครั้งนั้นมีทางที่จะรุกรานจนกลายเป็นสงครามระหว่างประเทศ ฝรั่งเศสจึงยอมรับความปราชัยและสงบศึก ด้วยเหตุนี้จึงได้มีการลงนามในอนุสัญญาเจนีวา พ.ศ. 2497 ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีผลให้เวียดนามถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ เวียดนามเหนือ และเวียดนามใต้ โดยมีเส้นขนานที่ 17 องศาเหนือเป็นเส้นแบ่งเขตเวียดนามเหนือ ยึดถือการปกครองแบบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ ภายใต้การนำของนายโฮจิมินห์

ต่อมา เมื่อมีความพยายามที่จะรวมเวียดนามทั้งสองส่วนเข้าด้วยกัน เวียดนามเหนือจึงได้ส่งกำลังกองโจรเวียดกงเข้าก่อกวนและแทรกซึมเข้าไปในเวียดนามใต้อย่างต่อเนื่อง โดยแฝงเข้ามาในลักษณะผู้ลี้ภัยและผู้อพยพ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2498 เรื่อยมา จากนั้นได้มีการปฏิบัติรุกรานด้วยอาวุธ และกำลังทหารอย่างรุนแรง ตลอดจนโฆษณาชวนเชื่อชักจูงใจราษฎรเวียดนามใต้ซึ่งได้ผลเป็นอย่างดี ประกอบการดำเนินการนโยบายด้านการบริหารประเทศของรัฐบาลเเวียดนามใต้ประสบความล้มเหลว จึงไม่สามารถต่อต้านได้เพียงลำพังตนเอง และได้ร้องขอความช่วยเหลือจากมิตรประเทศฝ่ายโลกเสรี

เมื่อปี พ.ศ. 2508 เวียดนามใต้ตกอยู่ในจุดล่อแหลมที่สุดจนรัฐบาลสหรัฐอเมริกาต้องส่งกำลังทหารเข้าไปปฏิบัติการในเวียดนามใต้พร้อมด้วยกำลังทหารของพันธมิตรอีก 6 ประเทศ คือ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สเปน ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ และประเทศไทย ซึ่งผลออกมาก็คือการพ่ายแพ้ของสหรัฐอเมริกา ทำให้เวียดนามเหนือและเวียดนามใต้รวมเข้าด้วยกันในนามของประเทศเวียดนามที่มีการปกครองระบอบสาธารณรัฐสังคมนิยมที่ปกครองด้วยพรรคคอมมิวนิสต์ดั่งเช่นการปกครองของเวียดนามเหนือมาจนถึงปัจจุบัน

เศรษฐกิจ[1]

ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2502 สาธารณรัฐประชาชนจีนมีการทำสัญญากับเวียดนามเหนือ เพื่อช่วยเหลือเศรษฐกิจเป็นเงิน 168,775,000 ดอลล่าร์

การเพาะปลูก พลเมืองทำมาหากินในทางการเกษตร ทางดินแดนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแดง มีการปลูกข้าวโพด น้ำตาลอ้อย ใบชา กาแฟ-ยาสูบ มันหวาน อุตสาหกรรมไม่มากนัก มีแร่ดีบุก หินปูน ทองคำ มีการวางทางรถไฟติดต่อกับสาธารณรัฐประชาชนจีน

นโยบายของรัฐบาลเวียดนามเหนือ

ด้านภายในประเทศ[2]

1.รวบรวมประชาชนทั้งหมดให้ทำการแข่งขันในอันที่จะผลิต เพื่อนำสวัสดิภาพมาสู่ประชาชน ส่งเสริมสันติภาพให้บรรลุถึงซึ่งการรวมตัวของชาติ โดยให้ผ่านการเลือกตั้งทั่วไปโดยอิสระ

2.ส่งเสริมการเศรษฐกิจวัฒนธรรมให้กลับเข้ามาสู่รูปเดิม และพิพัฒนาการมากขึ้น เช่นการเพิ่มเครื่องมือในการกสิกร ปุ๋ย สัตว์ โดยขายให้แก่ชาวนาพอสมควร ออกกฏข้อบังคับให้กสิกรผู้ไม่มีที่ดินมีสิทธิซื้อได้ตามความต้องการ

3.สร้างสรรค์ภูมิภาคชนกลุ่มน้อยในภาคตะวันตกเฉียงเหนือ

4.ขยายและรวบรวมเอกภาพของชาติ และรับการช่วยเหลือสนันสนุนจากประเทศต่างๆในโลก

5.ต่อสู้เพื่อสันติภาพ เอกภาพ อิสรภาพและประชาธิปไตย

ด้านต่างประเทศ[3]

1.ผูกสัมพันธไมตรีอย่างใกล้ชิดกับภราดรประเทศ

2.เชื่อมสัมพันธไมตรีกับประเทศเขมร ลาว และประเทศอื่นๆในเอเชีย ผูกสัมพันธไมรีกับฝรั่งเศส และประเทศอื่นๆที่รักสันติ และให้ประจักษ์แจ้งถึงหลักสำคัญ 15 ประการ ในการดำรงอยู่ร่วมกันโดยสันติ

พรรคการเมืองต่างๆในช่วง 2508[4]

1.พรรคดังลาวดอง เป็นพรรคใหญ่สุดและมีอิทธิพลมากที่สุด คุมอำนาจบริหารแผ่นดินไว้ทั้งหมด โดยมีโฮจิมินห์ เป็นหัวหน้าพรรค

2.พรรคเลียนเวียต พรรคนี้เป็นพรรคแนวหน้าของรัฐบาลมีนายทองดุ๊ก ทัน เป็นหัวหน้าพรรค

3.พรรคโซเชียลลิสต์ พรรคนี้เป็นพรรคเล็ก มีสมาชิกไม่มากนักมี นายพันทู เจีย เป็นหัวหน้าพรรค

4.พรรคประชาธิปไตย พรรคนี้ไม่ค่อยมีอิทธิพล มีสมาชิกไม่มากมีนายดวงดุ๊ก เฮียน เป็นหัวหน้าพรรค

ดูเพิ่ม

อ้างอิง

  1. แม่แบบ:อุดม ประมวลวิทย์. (2508). เวียตนามเหนือ. 135 นานาชาติ, 780-804.
  2. แม่แบบ:อุดม ประมวลวิทย์. (2508). เวียตนามเหนือ. 135 นานาชาติ, 780-804.
  3. แม่แบบ:อุดม ประมวลวิทย์. (2508). เวียตนามเหนือ. 135 นานาชาติ, 780-804.
  4. แม่แบบ:อุดม ประมวลวิทย์. (2508). เวียตนามเหนือ. 135 นานาชาติ, 780-804.
กองทัพอากาศประชาชนเวียดนาม

กองทัพอากาศประชาชนเวียดนาม (เวียดนาม: Không quân Nhân dân Việt Nam) เป็นกองทัพอากาศของประเทศเวียดนาม เป็นการรับช่วงต่อจากประเทศเวียดนามเหนือ กองทัพอากาศและสาธารณรัฐเวียดนามกองทัพอากาศ ต่อมาได้ถูกรวบรวมของประเทศเวียดนาม ในปี ค.ศ. 1975 กองทัพอากาศประชาชนเวียดนาม (Vietnam People's Air Force (VPAF)) เป็นหนึ่งในสามกองทัพในกองทัพประชาชนเวียดนามซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระทรวงกลาโหม ภารกิจหลักของกองทัพอากาศประชาชนเวียดนาม คือการป้องกันน่านฟ้าเวียดนามและบทบัญญัติของอากาศสำหรับการดำเนินงานของกองทัพประชาชนเวียดนาม

กองทัพอากาศสหรัฐในประเทศไทย

กองทัพอากาศสหรัฐ ได้เข้ามาตั้งฐานทัพอากาศในประเทศไทยระหว่างพ.ศ. 2504 ถึง 2518 ในช่วงสงครามเวียดนาม เพื่อใช้เป็นฐานปฏิบัติการโจมตีประเทศเวียดนามเหนือ การทิ้งระเบิดกว่าร้อยละ 80 ต่อเวียดนามเหนือมาจากฐานทัพอากาศในประเทศไทย จำนวนกำลังพลสหรัฐในประเทศไทยเพิ่มถึงจุดสูงสุดในปี พ.ศ. 2512 โดยมากกว่าที่ประจำการอยู่ในประเทศเวียดนามใต้เสียอีก

สหรัฐเข้ามาตั้งฐานทัพในประเทศไทยภายใต้ "ข้อตกลงสุภาพบุรุษ" (สัญญาปากเปล่า) ระหว่างไทยและสหรัฐ ซึ่งในทางนิตินัยถือว่าฐานทัพเหล่านี้เป็นฐานทัพของกองทัพอากาศไทย และมีผู้บังคับการฐานเป็นเจ้าหน้าที่ไทย ด่านเข้าออกฐานทัพถูกควบคุมโดยสารวัตรทหารไทยโดยมีสารวัตรทหารสหรัฐเป็นผู้ช่วยถืออาวุธ แต่หน่วยทหารสหรัฐในไทยรับคำสั่งจากกองบัญชาการของสหรัฐ

ช่วยปลายสงคราม รัฐบาลสหรัฐถูกกดดันอย่างหนักจากชาวอเมริกันให้ถอนทหารออกจากเวียดนาม และเมื่อกรุงไซ่ง่อนถูกยึด ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลสหรัฐและรัฐบาลไทยก็ขุ่นมัว ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2518 รัฐบาลสหรัฐประกาศการถอนกำลังพลสหรัฐทั้งหมด (ทหาร 28,000 นายและ 300 อากาศยาน) ออกจากประเทศไทยภายใน 12 เดือน

จังหวัดลายเจิว

จังหวัดลายเจิว (เวียดนาม: Lai Châu) เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศเวียดนาม จังหวัดลายเจิวเป็นที่มีประชากรเบาบางมากที่สุดในเวียดนาม มีพรมแดนกับประเทศจีน ครั้งหนึ่งเคยเป็นรัฐกึ่งอิสระไทขาวหรือที่เรียกว่า "สิบสองจุไท" แต่ถูกยืดครองโดยฝรั่งเศสในยุคอินโดจีนฝรั่งเศสใน พ.ศ. 2423 ต่อมาได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของประเทศเวียดนามใน พ.ศ. 2497 ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่การปกครองตนเองภาคตะวันตกเฉียงเหนือของสาธารณรัฐประชาธิปไตยเวียดนามหรือประเทศเวียดนามเหนือ ใน พ.ศ. 2498 - พ.ศ. 2518 เมื่อจังหวัดลายเจิวที่ได้รับการจัดตั้งขึ้น จังหวัดเดี่ยนเบียนได้รับการแบ่งแยกจากลายเจิวใน พ.ศ. 2547

ธงชาติเวียดนาม

ธงชาติเวียดนาม ในปัจจุบันเป็นธงชาติของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม มีชื่อที่เรียกโดยทั่วไปอีกชื่อหนึ่งว่า "ธงแดงดาวเหลือง" เริ่มใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2498 ในฐานะธงชาติสาธารณรัฐประชาธิปไตยเวียดนาม (ประเทศเวียดนามเหนือ) และได้กลายเป็นธงชาติสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2519 หลังสิ้นสุดสงครามเวียดนามและการรวมชาติระหว่างเวียดนามเหนือกับเวียดนามใต้

ลักษณะของธงชาติเวียดนามนั้นเป็นธงสี่เหลี่ยมผืนผ้าพื้นสีแดง กว้าง 2 ส่วน ยาว 3 ส่วน ตรงกลางมีรูปดาวห้าแฉกสีเหลืองทอง สีแดงนั้นหมายถึงการต่อสู้เพื่อกู้เอกราชของชาวเวียดนาม สีเหลืองคือสีของชาวเวียดนาม ส่วนดาวห้าแฉกนั้น เป็นที่เข้าใจกันทั่วไปว่าหมายถึงชนชั้นต่างๆ ในสังคมเวียดนาม คือ นักปราชญ์ ชาวนา ช่างฝีมือ พ่อค้า และทหาร อย่างไรก็ตาม ภายหลังการรวมชาติเวียดนามในปี พ.ศ. 2519 ความหมายในธงได้มีการอธิบายใหม่ในทางการเมืองว่า สีแดงหมายถึงการปฏิวัติโดยชนชั้นกรรมาชีพ และดาวสีทองหมายถึงการชี้นำของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามก่อนหน้านี้ในช่วงปี พ.ศ. 2488 - 2498 ดาวสีเหลืองในธงชาติเวียดนามขณะนั้นมีขนาดที่โตกว่าที่ใช้ในธงแบบปัจจุบัน

ธงนี้ออกแบบครั้งแรกโดยเหวียนฮิ้วเทียน (เวียดนาม: Nguyễn Hữu Tiến) ซึ่งเป็นนักปฏิวัติคอมมิวนิสต์ที่เข้าร่วมการต่อต้านการปกครองของฝรั่งเศสในปี พ.ศ. 2483 การต่อต้านครั้งนั้นประสบความล้มเหลว เหวียนฮิ้วเทียนจึงถูกจับกุมตัวและถูกประหารชีวิตพร้อมกับผู้นำคนอื่นๆ ที่เข้าร่วมการต่อต้านครั้งนั้นด้วย

ประวัติศาสตร์ไทย (พ.ศ. 2475–2516)

ประวัติศาสตร์ไทยระหว่าง พ.ศ. 2475 ถึง 2516 เป็นสมัยที่ถูกครอบงำโดยระบอบเผด็จการทหาร กองทัพเข้ามาครองอำนาจการเมืองไทยหลังจากการปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475 โดยกลุ่มที่เรียกตนเองว่า คณะราษฎร ความแตกแยกภายในคณะราษฎรสุดท้ายฝ่ายทหารหนุ่มเป็นฝ่ายชนะ ในช่วงแรก พระยาพหลพลพยุหเสนา (พจน์ พหลโยธิน) เป็นนายกรัฐมนตรีที่ประสานความเข้าใจระหว่างคณะราษฎรกลุ่มต่าง ๆ แต่รัฐบาลยังขาดเสถียรภาพ จอมพล แปลก พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรีในปี 2481 เขาหันไปส่งเสริมลัทธิชาตินิยมและแสนยนิยมแทนลัทธิรัฐธรรมนูญ ประกาศรัฐนิยม เปลี่ยนชื่อประเทศจากสยามมาเป็นไทย ลดบทบาททางสังคมของพระมหากษัตริย์ และนำพาประเทศเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่สองโดยถือข้างญี่ปุ่น หลังสงคราม ไทยรอดพ้นจากการตกเป็นประเทศผู้แพ้สงครามจากความสัมพันธ์กับรัฐบาลสหรัฐ มีการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีหลายคน จนในปี 2490 จอมพล ป. พิบูลสงครามชิงอำนาจกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ในช่วงสงครามเย็น ไทยเข้าเป็นพันธมิตรกับสหรัฐอย่างเต็มตัว เข้าร่วมสงครามเกาหลี เข้าร่วมองค์การสนธิสัญญาป้องกันภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEATO) แต่ในปี 2500 เขาถูกจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ รัฐประหาร นับเป็นการปิดฉากคณะราษฎร

หลังจากนั้นประเทศไทยเข้าสู่ยุคเผด็จการเบ็ดเสร็จ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ใช้อำนาจปกครองประเทศอย่างเฉียบขาดและดำเนินนโยบายพัฒนาชนบท นโยบายให้สหรัฐเข้ามาตั้งฐานทัพในประเทศไทยเพื่อใช้ทำสงครามเวียดนามทำให้เกิดการกลายเป็นตะวันตกและการทำให้ทันสมัยของประเทศอย่างรวดเร็ว หลังจากจอมพลสฤษดิ์ถึงแก่อสัญกรรมในปี 2506 จอมพลถนอม กิตติขจรปกครองประเทศสืบต่อมา ในช่วงนี้ เศรษฐกิจไทยมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วแต่มีความเหลื่อมล้ำสูง ประเทศไทยกลายเป็นอุตสาหกรรมและทำให้มีการกลายเป็นเมืองอย่างรวดเร็ว ความเหลื่อมล้ำทางสังคมและการรับค่านิยมเสรีภาพแบบตะวันตกทำให้เกิดสำนึกทางการเมืองจนนำไปสู่การเดินขบวนและการสิ้นสุดของระบอบถนอมในปี 2516

ประเทศเวียดนามเหนือใน พ.ศ. 2508

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน ค.ศ. 1965 ในประเทศเวียดนามเหนือ

ฤดูพายุไต้ฝุ่นแปซิฟิก พ.ศ. 2514

ฤดูพายุไต้ฝุ่นแปซิฟิก พ.ศ. 2514 เป็นฤดูกาลที่ไม่การกำหนดขอบเขตอย่างเป็นทางการ โดยดำเนินอยู่ภายในปี พ.ศ. 2514 แต่พายุหมุนเขตร้อนส่วนใหญ่มีแนวโน้มก่อตัวขึ้นภายในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคม วันเหล่านี้ถือเป็นธรรมเนียมในการกำหนดขอบเขตของแต่ละฤดูกาล เมื่อพายุหมุนเขตร้อนก่อตัวขึ้นภายในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ

ขอบเขตของบทความนี้จำกัดเฉพาะบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกที่อยู่เหนือเส้นศูนย์สูตร ทางฝั่งตะวันตกของเส้นแบ่งเขตวันสากล ส่วนพายุใดที่ก่อตัวขึ้นทางฝั่งตะวันออกของเส้นดังกล่าวจะเรียกว่า พายุเฮอร์ริเคน (ดูที่ ฤดูพายุเฮอร์ริเคนแปซิฟิก พ.ศ. 2514) ในช่วงเวลานี้ พายุใดที่ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนในมหาสมุทรตะวันตกจะได้รับชื่อจากศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วม ส่วนพายุดีเปรสชันเขตร้อนใดที่ก่อตัวขึ้นในแอ่งนี้จะได้รับการกำหนดหมายเลขและเติมตัวอักษร "W" ต่อท้ายเป็นรหัสเรียก ส่วนพายุดีเปรสชันเขตร้อนลูกใดที่ก่อตัวขึ้นหรือเคลื่อนตัวเข้าไปภายในพื้นที่รับผิดชอบของฟิลิปปินส์ พายุลูกนั้นจะได้รับชื่อจากสำนักงานบริหารบรรยากาศ ธรณีฟิสิกส์ และดาราศาสตร์แห่งฟิลิปปินส์ หรือ PAGASA ด้วย ด้วยเหตุนี้พายุเพียงหนึ่งลูก อาจมีชื่อถึงสองชื่อก็ได้

วันรวมชาติ (เวียดนาม)

วันรวมชาติ (เวียดนาม: Ngày Thống nhất) วันชัย (เวียดนาม: Ngày Chiến thắng) วันปลดปล่อย (เวียดนาม: Ngày Giải phóng miền Nam) หรือที่ใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่าวันปลดปล่อยภาคใต้เพื่อรวมชาติ (เวียดนาม: Giải phóng miền Nam, thống nhất đất nước) เป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ของเวียดนามเพื่อเป็นที่ระลึกถึงเหตุการ์ณที่เวียดกงและกองทัพของประเทศเวียดนามเหนือได้เข้าบุกยึดกรุงไซ่ง่อนของเวียดนามใต้ในวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2518 อันเป็นการสิ้นสุดสงครามเวียดนาม

การเริ่มต้นการรวมชาติเกิดจากการเลือกตั้งระดับชาติสำหรับการรวมชาติเมือวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2519 เมือรัฐบาลปฏิวัติชั่วคราวสาธารณรัฐเวียดนามใต้และประเทศเวียดนามเหนือรวมเป็นประเทศเวียดนามชาวเวียดนามที่อยู่ต่างประเทศเรียกวันนี้ว่าการเสียกรุงไซ่ง่อนหรือเมษาทมิฬ (Tháng Tư Đen) , วันอัปยศแห่งชาติ (Ngày Quốc Nhục) หรือ วันแห่งความขุ่นเคืองของชาติ (Ngày Quốc Hận) นี่เป็นวันที่ระลึกของชาวเวียดนามที่ถูกเนรเทศหรือผู้ที่ได้รับผลกระทบจนทำให้เกิดการพลัดถิ่น

สงครามกลางเมืองลาว

สงครามกลางเมืองลาว (พ.ศ. 2496-2518) เป็นการสู้รบระหว่างฝ่ายคอมมิวนิสต์ (ปะเทดลาว) ซึ่งส่วนใหญ่มีเชื้อสายมาจากชาวลาวในประเทศเวียดนามเหนือ กับรัฐบาลราชอาณาจักรลาว โดยทั้งฝ่ายขวาและฝ่ายซ้ายต่างก็ได้รับการสนับสนุนจากมหาอำนาจแห่งสงครามเย็น ในหมู่ทหารอเมริกันจากกองกิจการพิเศษ หน่วยสืบราชการลับกลางแห่งสหรัฐอเมริกา และทหารผ่านศึกชาวม้งเรียกสงครามนี้ว่า สงครามลับ (Secret War)

ราชอาณาจักรลาวกลายเป็นสมรภูมิลับระหว่างฝ่ายต่าง ๆ ในสงครามเวียดนาม สนธิสัญญาไมตรีและสมาคมฝรั่งเศส-ลาวที่ลงนามในวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2496 ส่งผลให้ฝรั่งเศสถ่ายโอนอำนาจที่เหลือคืนให้กับรัฐบาลลาวในระบอบกษัตริย์ ยกเว้นอำนาจควบคุมการทหาร โดยสนธิสัญญาไม่มีตัวแทนจากขบวนการลาวอิสระ ซึ่งเป็นกองกำลังติดอาวุธซึ่งมีความคิดต่อต้านการล่าอาณานิคมและสนับสนุนแนวคิดชาตินิยม ได้ร่วมลงนามด้วย สนธิสัญญายังสถาปนาให้ลาวเป็นสมาชิกซึ่งมีสถานะเป็นเอกราชในสหภาพฝรั่งเศส หลังจากที่สนธิสัญญาได้รับการลงนาม ก็มีการต่อสู้กันทางการเมืองระหว่างฝ่ายนิยมความเป็นกลาง นำโดยเจ้าสุวรรณภูมา รัตนวงศา, ฝ่ายขวา นำโดยเจ้าบุญอุ้ม ณ จำปาศักดิ์ และฝ่ายซ้าย ในนามแนวร่วมรักชาติลาว นำโดยเจ้าสุภานุวงศ์ และไกสอน พมวิหาน นายกรัฐมนตรีในอนาคต มีความพยายามหลายครั้งที่จะจัดตั้งรัฐบาลผสม จนกระทั่งสามารถจัดตั้งรัฐบาลสามพรรคได้สำเร็จ โดยจัดตั้งขึ้นที่นครเวียงจันทน์

การสู้รบในประเทศลาวเป็นการสู้รบระหว่างกองทัพเวียดนามเหนือ, กองทัพอเมริกัน, กองทัพไทยและกองทัพเวียดนามใต้ ซึ่งทำการสู้รบทั้งทางตรงและผ่านทหารกองโจร โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อครอบครองด้ามขวานของลาว กองทัพเวียดนามเหนือสามารถเข้าควบคุมพื้นที่นี้ได้ และนำพื้นที่ดังกล่าวมาใช้เป็นเส้นทางเสบียงโฮจิมินห์ และเป็นที่มั่นในการระดมกำลังเพื่อรุกเข้าไปยังเวียดนามใต้ จุดที่สองที่เกิดการสู้รบกันอย่างหนักที่ทุ่งไหหินและบริเวณโดยรอบ

กองทัพเวียดนามเหนือ และปะเทดลาว ได้รับชัยชนะในที่สุดใน พ.ศ. 2518 และถือว่าเป็นชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปีของฝ่ายคอมมิวนิสต์ในภูมิภาคอินโดจีน

สถานีเสียงประชาชนแห่งประเทศไทย

สถานีวิทยุเสียงประชาชนแห่งประเทศไทย เป็นสถานีวิทยุซึ่งพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ใช้เป็นกระบอกเสียงในการเผยแพร่ข่าวสารและแนวคิดอุดมการณ์คอมมิวนิสต์ สถานีนี้ใช้ความถื่คลื่นสั้น (short wave)ในการส่งออกอากาศ รับฟังได้ชัดเจนทั่วประเทศไทย เริ่มส่งกระจายเสียงประมาณปี พ.ศ. 2508 ระยะแรกส่งสัญญาณจากกรุงฮานอย ประเทศเวียดนามเหนือ (ประเทศเวียดนามในปัจจุบัน) ก่อนจะย้ายไปส่งสัญญาณที่เมืองคุนหมิง ประเทศจีน ในปี พ.ศ. 2508 จนกระทั่งวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2522 มีการเจรจาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับจีน พรรคคอมมิวนิสต์จีน ได้ขอให้สถานีดังกล่าวหยุดส่งกระจายเสียงเพื่อแลกกับการหยุดสนับสนุนก๊กมินตั๋ง ของรัฐบาลไทย ทำให้พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ต้องจัดตั้งสถานีวิทยุขี้นมา และส่งกระจายเสียงโดยใช้สถานีส่งต่างๆ เช่น ผาจิ จังหวัดพะเยา ภูหินร่องกล้า จังหวัดพิษณุโลก ฯลฯ ส่งได้ไม่กี่เดือน ก็ถูกทหารไทยบุกยึดเครื่องส่ง เป็นการยุติบทบาทของสถานีวิทยุเสียงประชาชนแห่งประเทศไทย

แขวงเชียงขวาง

เชียงขวาง (ลาว: ຊຽງຂວາງ สะกด เซียงขวาง อ่าน เซียงขวง) เป็นหนึ่งในแขวงของประเทศลาว ตั้งอยู่ทางตะวันออกของประเทศ ติดกับประเทศเวียดนาม ความสูงเฉลี่ยจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,200 เมตร เมืองเอกเดิมคือเมืองคูน แต่ด้วยสภาพความเสียหายอย่างรุนแรงจากสงครามเวียดนาม จึงย้ายเมืองเอกมาเป็นเมืองโพนสวรรค์ในปัจจุบัน

ในสมัยโบราณ เมืองนี้รู้จักกันในชื่อว่าเมืองพวน ผู้ที่อยู่อาศัยอยู่ที่นั่น หรืออพยพไปอยู่ที่อื่นเรียกว่า ชาวไทพวน และบริเวณนี้ยังมีทุ่งไหหิน อีกด้วย

โฮจิมินห์

โฮจิมินห์ (เวียดนาม: Hồ Chí Minh, โห่ จี๊ มิญ; คำแปล "แสงสว่างที่นำทาง") เป็นนักปฏิวัติชาวเวียดนาม ซึ่งในภายหลังได้กลายมาเป็นนายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยเวียดนาม (เวียดนามเหนือ) หลังจากสิ้นสุดของสงครามเวียดนาม ไซ่ง่อน เมืองหลวงเก่าของเวียดนามใต้ ได้ถูกเปลี่ยนชื่อมาเป็นนครโฮจิมินห์ เพื่อเป็นเกียรติแก่โฮจิมินห์

โฮจิมินห์ เป็นบุคคลที่ชาวเวียดนามถือว่าเป็นบุคคลที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อการประกาศอิสรภาพของเวียดนาม

เวียดนาม บทความเกี่ยวกับประเทศเวียดนาม
ประวัติศาสตร์
ภูมิศาสตร์
การเมือง
เศรษฐกิจ
สังคม
แบ่งตามประเทศ
ประวัติศาสตร์
การผันแปรตามภูมิภาค
รัฐคอมมิวนิสต์

ภาษาอื่น

This page is based on a Wikipedia article written by authors (here).
Text is available under the CC BY-SA 3.0 license; additional terms may apply.
Images, videos and audio are available under their respective licenses.