นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร

นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ (อังกฤษ: Prime Minister of the United Kingdom of Great Britain and Northern Ireland[2]) เป็นตำแหน่งหัวหน้ารัฐบาลในสมเด็จพระเจ้าแผ่นดินแห่งสหราชอาณาจักร การกำหนดนโยบายและการบริหารราชการแผ่นดินต่าง ๆ ถือเป็นความรับผิดชอบของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีต่อพระมหากษัตริย์, รัฐสภา, พรรคการเมือง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีถือเป็นหนึ่งในสี่อำมาตย์นายก ซึ่งหมายถึงผู้บริหารสูงสุดทั้งสี่ของรัฐบาล นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน คือ บอริส จอห์นสัน หัวหน้าพรรคอนุรักษนิยม ซึ่งได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ค.ศ. 2019

คณะรัฐบาลสหราชอาณาจักรไม่ได้ดำรงอยู่ด้วยบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายใด ๆ แต่ดำรงอยู่ด้วยธรรมเนียมประเพณีการปกครองที่มีมาช้านาน โดยกำหนดให้กษัตริย์จะต้องแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นบุคคลผู้สามารถทำให้สภาสามัญชนไว้วางใจในตัวเขาได้ บุคคลนั้นมักจะเป็นผู้นำพรรคหรือกลุ่มทางการเมืองซึ่งเป็นฝ่ายที่ครองเสียงจำนวนมากที่สุดในที่ประชุม ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเองก็ไม่ได้ถูกตั้งขึ้นมาโดยทันทีแต่เกิดจากพัฒนาการในอดีตที่ค่อย ๆ สะสมทีละเล็กน้อยในช่วงเวลาสามร้อยปี ไม่ว่าจะเป็นพัฒนาการทางกฎหมายที่สภาได้ตราขึ้นมากมายก็ดี พัฒนาการทางการเมืองก็ดี หรือตลอดจนเหตุร้ายต่างๆก็ดี โดยตำแหน่งนี้มีต้นกำเนิดครั้งแรกในช่วงข้อตกลงการปฏิวัติ (ค.ศ. 1688–1720) ซึ่งทำให้อำนาจสูงสุดถูกย้ายจากกษัตริย์มาที่สภา[3] แม้ว่าในทางพฤตินัย กษัตริย์ยังทรงไว้ซึ่งอิทธิพลซึ่งฝังรากรึกอยู่กับกลุ่มอำนาจทางการเมือง แต่ในทางนิตินัยแล้ว นายกรัฐมนตรีคือหัวหน้ารัฐบาลตามกฎหมาย ฉะนั้นการที่กษัตริย์จะยังคงปกครองประเทศทางอ้อมได้ จึงต้องอาศัยการปกครองผ่านนายกรัฐมนตรีซึ่งสามารถชักจูงเสียงข้างมากในสภาได้

โดยตำแหน่งแล้ว นายกรัฐมนตรียังดำรงตำแหน่งอื่น ๆ ควบคู่กันอีก อาทิ ขุนคลังเอก, รัฐมนตรีกิจการพลเรือน และได้รับสิทธิพิเศษให้พำนักอยู่ในบ้านเลขที่ 10 ถนนดาวนิง ตลอดที่ดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีไม่มีวาระการดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีอาจเสนอชื่อสมาชิกสภาสามัญชนคนใดคนหนึ่งขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่แทนเมื่อใดก็ได้

นายกรัฐมนตรีแห่ง
สหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่
และไอร์แลนด์เหนือ
Royal Coat of Arms of the United Kingdom (HM Government)
ตรารัฐบาลในสมเด็จฯ
Boris Johnson MP
ผู้ดำรงตำแหน่งคนปัจจุบัน
บอริส จอห์นสัน

ตั้งแต่ 24 กรกฎาคม ค.ศ. 2019
การเรียกขานเดอะไรต์ออนะระเบิล
สมาชิกของ
ที่พำนักบ้านเลขที่ 10 ถนนดาวนิง กรุงลอนดอน
ผู้แต่งตั้งพระมหากษัตริย์
วาระตามพระราชอัธยาศัย
โดยธรรมเนียมว่านายกฯยังได้รับความไว้วางใจจากสภาสามัญชน
ผู้ประเดิมตำแหน่งเซอร์ รอเบิร์ต วอลโพล
โดยพฤตินัยในตำแหน่งขุนคลังเอก
สถาปนา4 เมษายน ค.ศ. 1721
เงินเดือน142,500 ปอนด์[1]
เว็บไซต์www.number10.gov.uk

อดีตนายกรัฐมนตรีที่มีชีวิตอยู่

ในปี ค.ศ. 2016 มีอดีตนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรที่ยังมีชีวิตอยู่ 4 คนได้แก่:

John Major 2014

เซอร์ จอห์น เมเจอร์
ดำรงตำแหน่ง ค.ศ. 1990–97
(อายุ 76 ปี)

MSC 2014 Blair Mueller MSC2014 (cropped)

โทนี แบลร์
ดำรงตำแหน่ง ค.ศ. 1997–2007
(อายุ 66 ปี)

Accelerating Infrastructure Development Gordon Brown (8412051140)

กอร์ดอน บราวน์
ดำรงตำแหน่ง ค.ศ. 2007–10
(อายุ 68 ปี)

Prime Minister David Cameron (5570842655)

เดวิด แคเมอรอน
ดำรงตำแหน่ง ค.ศ. 2010–16
(อายุ 52 ปี)

Theresa May UK Home Office (cropped)

เทรีซา เมย์
ดำรงตำแหน่ง ค.ศ. 2016–19
(อายุ 62 ปี)

ดูเพิ่ม

อ้างอิง

  1. "Frequently Asked Questions". Parliament.uk. สืบค้นเมื่อ 25 February 2016.
  2. "prime minister definition". Cambridge Dictionaries Online. Cambridge University Press. สืบค้นเมื่อ 12 February 2014.
  3. "George I". สืบค้นเมื่อ 4 April 2014.
กอร์ดอน บราวน์

เจมส์ กอร์ดอน บราวน์ (อังกฤษ: James Gordon Brown; 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2494) เป็นชาวสกอตแลนด์ผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักรและควบตำแหน่งลอร์ดแห่งสภาการคลัง, รัฐมนตรีการสวัสดิการสังคม และหัวหน้าพรรคแรงงาน ซึ่งเข้ารับตำแหน่งในฐานะหัวหน้าพรรคแรงงานเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2550 โดยก่อนหน้านั้นเขาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงการคลังในรัฐบาลของนายโทนี แบลร์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 - พ.ศ. 2550 และดำรงตำแหน่งสมาชิกรัฐสภาแห่งเขตเคิร์คแคลดีและเขตคาวเดินบีธมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527

จอห์น เมเจอร์

เซอร์ จอห์น เมเจอร์ (อังกฤษ: Sir John Major)(29 มีนาคม พ.ศ. 2486 -) นักการเมืองชาวอังกฤษและนายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักรจากพรรคอนุรักษนิยม

ชาลส์ เกรย์ เอิร์ลเกรย์ที่ 2

ชาลส์ เกรย์ เอิร์ลเกรย์ที่ 2 (อังกฤษ: Charles Grey, 2nd Earl Grey) หรือฐานันดรเดิมคือ ไวเคานต์ฮอวิก เป็นนักการเมืองและรัฐบุรุษชาวอังกฤษจากพรรควิก เขาเคยดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร, ผู้นำสภาขุนนาง, ผู้นำสภาสามัญชน, รัฐมนตรียุติธรรม, และรัฐมนตรีต่างประเทศ เขาผลักดันการปฏิรูปการเมืองให้ไปสู่ระบบการเลือกตั้งในอังกฤษและเวลส์โดยได้รับแรงสนับสนุนจากพระเจ้าวิลเลียมที่ 4 และยังออกกฎหมายการเลิกทาสทั่วจักรวรรดิอังกฤษในปี 1833 นอกจากนี้เขายังเป็นผู้เผยแพร่ชาเอิร์ลเกรย์ให้เป็นที่รู้จัก

นายกรัฐมนตรี

นายกรัฐมนตรี (อังกฤษ: Prime Minister) เป็นตำแหน่งผู้นำของรัฐบาล เป็นตำแหน่งสูงสุด โดยมีพระมหากษัตริย์หรือประธานาธิบดีเป็นประมุขแห่งรัฐ บางประเทศยังต้องเลือกประธานาธิบดีแล้วแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีหรือบางประเทศอาจจะให้กษัตริย์เป็นผู้แต่งตั้งก็ได้ แต่ในระบบสาธารณรัฐแบบประธานาธิบดีจะไม่มีนายกรัฐมนตรี เช่น สหรัฐอเมริกา บราซิล เป็นต้น

รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ที่จะปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ในขณะที่นายกรัฐมนตรีมีเหตุทำให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ หรือมีหน้าที่อื่นให้ปฏิบัติ เช่น เดินทางไปประชุมที่ต่างประเทศ ลาราชการ พ้นจากตำแหน่ง เป็นต้น

บอริส จอห์นสัน

อเล็กซานเดอร์ บอริส เดอ เฟ็ฟเฟิล จอห์นสัน (อังกฤษ: Alexander Boris de Pfeffel Johnson) หรือนิยมเรียก บอริส จอห์นสัน เป็นนักการเมืองชาวบริติช ปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร เคยดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีกรุงลอนดอนระหว่าง ค.ศ. 2008–2016 และดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการต่างประเทศและเครือจักรภพระหว่าง ค.ศ. 2016–2018 เขามีส่วนในการกำหนดนโยบายเสรีภาพทางสังคมและเศรษฐกิจต่าง ๆ เขาระบุว่าตนเองเป็นพวกชาติอนุรักษนิยม และเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนเบร็กซิตคนสำคัญจอห์นสันเกิดที่นครนิวยอร์กในครอบครัวชนชั้นสูงเชื้อชาติอังกฤษ ขณะที่บิดาและมารดากำลังศึกษาระดับปริญญาโท ที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา จอห์นสันเข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนในบรัสเซลส์, โรงเรียนในอีสต์ซัสเซกซ์ และวิทยาลัยอีตัน และเข้าศึกษาที่วิทยาลัยเบลเลียลแห่งมหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด (Balliol College, Oxford) ซึ่งเขาได้รับเลือกตั้งเป็นประธานสหภาพนักศึกษาในปีค.ศ. 1986 เมื่อจบการศึกษา เขาเริ่มทำงานเป็นสื่อสารมวลชนที่ เดอะไทมส์ และย้ายไปเป็นผู้สื่อข่าวประจำกรุงบรัสเซลส์ของ เดอะเดลีเทลิกราฟ ผลงานข่าวของเขาเป็นที่เข้าตาของกลุ่มการเมืองในอังกฤษที่มีแนวคิดต่อต้านสหภาพยุโรป (Euroscepticism) จอห์นสันดำรงตำแหน่งผู้ช่วยบรรณาธิการของนิตยสาร เดอะสเป็กเทเตอร์ ระหว่าง ค.ศ. 1994–1999 และเป็นบรรณาธิการเต็มตัวระหว่าง ค.ศ. 1999–2005

บอริส จอห์นสัน ยังเป็นเพื่อนสนิทของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

มาร์กาเรต แทตเชอร์

มาร์กาเรต ฮิลดา แทตเชอร์ (อังกฤษ: Margaret Thatcher) หรือยศขุนนางอังกฤษคือ บารอเนสแทตเชอร์ (ชื่อเดิม มาร์กาเรต ฮิลดา โรเบิตส์; 13 ตุลาคม พ.ศ. 2468 – 8 เมษายน พ.ศ. 2556) นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักรตั้งแต่ พ.ศ. 2522 ถึง พ.ศ. 2533 และเป็นผู้นำพรรคอนุรักษนิยมตั้งแต่ พ.ศ. 2518 ถึงปี พ.ศ. 2533 โดยเป็นผู้หญิงคนแรก ที่ดำรงทั้งสองตำแหน่งพร้อมกันในประวัติศาสตร์สหราชอาณาจักร

บารอนเนสแทตเชอร์ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักรเป็นเวลายาวนานที่สุดนับตั้งแต่สมัยของลอร์ดซอลส์เบอรี และอยู่ในตำแหน่งติดต่อกันยาวนานที่สุดนับตั้งแต่สมัยของลอร์ดลิเวอร์พูล นายกรัฐมนตรีในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 เป็นสตรีคนแรกที่นำพรรคการเมืองเสียงข้างมากของสหราชอาณาจักร และเป็นสตรีคนแรกของเพียงสามคนที่ได้ดำรงหนึ่งในสี่ตำแหน่งสำคัญของประเทศ หลังจากการเกษียณตัวเองจากการเมืองในปีค.ศ. 1992 มาร์กาเรต แทตเชอร์ ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ขุนนางตลอดชีพเป็น 'บารอนเนสแทตเชอร์แห่งเมืองเคสตีเวน ในมณฑลลิงคอล์นไชร์ ซึ่งทำให้เธอได้มีโอกาสนั่งในสภาขุนนางของสหราชอาณาจักร บารอนเนสแทตเชอร์ถึงแก่อสัญกรรมอย่างสงบเมื่อวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2556 ด้วยอาการอุดตันของเส้นเลือดสมอง

รอเบิร์ต พีล

เซอร์ รอเบิร์ต พีล (Sir Robert Peel) เป็นนักการเมืองชาวบริติชในคริสต์ศตวรรษที่ 19 ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรถึงสองสมัย ในปี พ.ศ. 2377-8 และ พ.ศ. 2384-9 มีชื่อเสียงจากผลงานหลายด้าน เช่น การก่อตั้งหน่วยตำรวจนครบาลในลอนดอน การวางรากฐานพรรคอนุรักษนิยมในอังกฤษ และการยกเลิกกฎหมายอากรข้าวโพดซึ่งเป็นการวางรากฐานสำคัญในระบบการค้าเสรีในปัจจุบัน

รายชื่อนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร

นี่เป็นรายนามของ นายกรัฐมนตรีแห่งบริเตนใหญ่ ระหว่าง พ.ศ. 2264 (ค.ศ. 1721) ถึง พ.ศ. 2343 และนายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร ระหว่าง พ.ศ. 2344 ถึงปัจจุบัน

วินสตัน เชอร์ชิล

เซอร์วินสตัน เลนเนิร์ด สเปนเซอร์-เชอร์ชิล (อังกฤษ: Winston Leonard Spencer-Churchill) เป็นรัฐบุรุษชาวอังกฤษผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรสองสมัย ระหว่างปี 1940 ถึง 1945 และปี 1951 ถึง 1955 ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคสงครามของศตวรรษที่ 20 นอกจากนี้ วินสตันยังเป็นทหารในกองทัพอังกฤษ, นักประวัติศาสตร์, นักเขียน, ตลอดจนศิลปิน เขาได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม และยังเป็นบุคคลแรกที่ได้เป็น พลเมืองเกียรติยศแห่งสหรัฐอเมริกา ผู้คนมักนิยมเรียกเขาด้วยชื่อ "วินสตัน" แทนที่จะเรียกด้วยนามสกุล

วินสตันเกิดในตระกูลชนชั้นสูงที่สืบเชื้อสายมาจากดยุกแห่งมาร์ลบะระ สาขาหนึ่งของตระกูลสเปนเซอร์ บิดาของเขาคือ ลอร์ดรันดอล์ฟ เชอร์ชิล นักการเมืองผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีคลัง ส่วนมารดาของเขาคือ เจนนี จีโรม นักสังคมสงเคราะห์ชาวอเมริกัน ในขณะที่ยังเป็นทหารหนุ่ม เขาได้ปฏิบัติภารกิจในบริติชอินเดีย และซูดาน และในสงครามโบเออร์ครั้งที่สอง เขามีชื่อเสียงขึ้นมาจากการเป็นนักข่าวสงครามและเขียนหนังสือเกี่ยวกับปฏิบัติการของเขา

เขาเป็นผู้มีบทบาททางการเมืองแถวหน้ามาตลอดห้าสิบปี ได้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีมากมาย ก่อนสงครามโลกครั้งที่หนึ่งเขาเป็นหัวหน้ากรรมการการค้า, รัฐมนตรีมหาดไทย, และรัฐมนตรียุติธรรม ระหว่างสงคราม เขายังคงดำรงตำแหน่งรัฐมนตรียุติธรรม จนกระทั่งความพ่ายแพ้ของอังกฤษในการทัพกัลลิโพลี ทำให้เขาต้องออกจากคณะรัฐบาลและไปประจำการราชการทหารอยู่ที่แนวหน้าภาคตะวันตกในตำแหน่งผู้บัญชาการกองพันลูกเสือที่ 6 จนกระทั่งเขาได้กลับคืนคณะรัฐบาลในตำแหน่งรัฐมนตรียุทธภัณฑ์ รัฐมนตรีว่าการสงคราม และ รัฐมนตรีน่านฟ้า และในปี 1921-1922 เป็นรัฐมนตรีว่าการอาณานิคม และต่อมาในปี 1924-1929 เป็นรัฐมนตรีคลังหลวง โดยเขาได้กำหนดให้สกุลเงินปอนด์กลับไปอิงค่าทองคำเหมือนกับยุคก่อนสงคราม ซึ่งทำให้เกิดภาวะเงินฝืดแพร่ไปทั้งเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักร

ภายหลังห่างหายจากงานการเมืองไปในทศวรรษที่ 1930 วินสตันก็ได้กลับมาทำงานการเมืองอีกครั้งเมื่อนาซีเยอรมนีเริ่มที่จะสั่งสมกำลังทหารและดูจะเป็นภัยคุกคามต่ออังกฤษ และแล้วการอุบัติขึ้นอย่างฉับพลันของสงครามโลกครั้งที่สอง ก็ทำให้เขาได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรียุติธรรมอีกครั้ง และภายหลังการลาออกของนายกรัฐมนตรี เนวิล เชมเบอร์ลิน ในวันที่ 10 พฤษภาคม 1940 วินสตันก็กลายเป็นนายกรัฐมนตรี คำประกาศหนักแน่นของเขาที่จะไม่เป็นผู้ยอมแพ้ได้ช่วยกระตุ้นให้ชาวอังกฤษหันมาต่อต้านนาซีเยอรมนี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงต้นสงครามซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ยากเย็นเมื่อสหราชอาณาจักรและอาณานิคมอังกฤษเป็นเพียงฝ่ายเดียวที่ลุกขึ้นอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ วินสตันได้กล่าวสุนทรพจน์ของเขาผ่านวิทยุกระจายเสียงปลุกขวัญกำลังใจชาวอังกฤษ เขาเป็นผู้นำของอังกฤษไปจนกระทั่งสามารถมีชัยเหนือนาซีเยอรมนีได้ แต่ทว่าการได้รับชัยชนะมาต้องแลกกับการสูญเสียการเป็นอภิมหาอำนาจของโลกให้กับสหรัฐอเมริกาไป เหล่าประเทศอาณานิคมที่ยึดครองได้แก่ อินเดีย มาเลเซีย พม่า เป็นต้นต่างก็ได้เรียกร้องเอกราชจนจำใจต้องยอมเป็นเหตุทำให้จักรวรรดิอังกฤษล่มสลายและกลายเป็นเครือจักรภพแห่งชาติแทน

ภายหลังพรรคอนุรักษนิยมพ่ายการเลือกตั้งในปี 1945 เขาก็ทำหน้าที่เป็นผู้นำฝ่ายค้านต่อรัฐบาลพรรคแรงงาน เขาได้ออกมาเตือนอย่างเปิดเผยถึงอิทธิพลของโซเวียตในยุโรปผ่านมาตรการ "ม่านเหล็ก" และยังส่งเสริมความเป็นหนึ่งเดียวของยุโรป ภายหลังชนะเลือกตั้งในปี 1951 วินสตันก็กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ในช่วงการดำรงตำแหน่งครั้งที่สองนี้ รัฐบาลของเขาเต็มไปด้วยข้อราชการต่างประเทศ ทั้งวิกฤตการณ์มาลายา, กบฎมาอูมาอูในเคนยา, สงครามเกาหลี ตลอดจนสนับสนุนการรัฐประหารในอิหร่าน ในปี 1953 เขาเริ่มเจ็บป่วยจากภาวะขาดเลือดในสมอง และลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปี 1955 แต่เขายังคงเป็นสมาชิกสภาสามัญชนไปจนถึงปี 1964 วินสตันถึงแก่อสัญกรรมด้วยวัย 90 ปีในปี 1965 โดยสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 พระราชทานรัฐพิธีศพให้เป็นเกียรติ เขายังคงได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติอังกฤษ ชื่อของเขาอยู่ในลำดับที่ 1 ของทำเนียบชาวอังกฤษผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลจากการจัดอันดับในปี 2002

วิลเลียม พิตต์ ผู้เยาว์

วิลเลียม พิตต์ ผู้เยาว์ (อังกฤษ: William Pitt, the Younger; 28 พฤษภาคม ค.ศ. 1759 - 23 มกราคม ค.ศ. 1806) นายกรัฐมนตรีคนที่ 14 แห่งสหราชอาณาจักร ในศตวรรษที่ 19 เริ่มดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร (สมัยแรก) เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม ค.ศ. 1783 ขณะที่มีอายุ 24 ปี ในรัชสมัยพระเจ้าจอร์จที่ 3 ซึ่งถือว่าเป็นนายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักรที่มีอายุน้อยที่สุดเท่าที่เคยมีมา (พ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 14 มีนาคม ค.ศ. 1801) และได้ขึ้นดำรงตำแหน่งเดิมอีกครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 10 มีนาคม ค.ศ. 1804

พิตต์เสียชีวิต เมื่อวันที่ 23 มกราคม ค.ศ. 1806 สิริอายุได้ 46 ปี เป็นการเสียชีวิตในช่วงที่เขายังคงดำรงตำแหน่งอยู่

ฮาโรลด์ วิลสัน

เจมส์ ฮาโรลด์ วิลสัน บารอนวิลสันแห่งรีโว (อังกฤษ: James Harold Wilson, Baron Wilson of Rievaulx) (11 มีนาคม พ.ศ. 2459 - 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2538) เป็นนักการเมืองพรรคลาเบอร์ชาวอังกฤษ เขาเคยเป็นนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ในช่วงพ.ศ. 2507-2513 และ พ.ศ. 2517-2519

เจมส์ คัลลาฮาน

เลโอนาร์ด เจมส์ คัลลาฮาน บารอนคัลลาฮานแห่งคาร์ดิฟฟ์ (อังกฤษ: Leonard James Callaghan, Baron Callaghan of Cardiff) เป็นนายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักรตั้งแต่ปีพ.ศ. 2519 เมื่ออายุได้ 64 ปี และสิ้นสุดเมื่อปี พ.ศ. 2522 เมื่ออายุได้ 67 ปี นอกจากนั้นเขาได้ดำรงตำแหน่งอีก 4 ตำแหน่ง คือ เลขาธิการกระทรวงการต่างประเทศ เลขาธิการของรัฐบาลสหราชอาณาจักร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เขาเสียชีวิตเมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2548 รวมอายุได้ 92 ปี 364 วัน

เดวิด ลอยด์ จอร์จ

เดวิด ลอยด์ จอร์จ เอิร์ลลอยด์-จอร์จแห่งดไวฟอร์ (อังกฤษ: David Lloyd George, Earl Lloyd-George of Dwyfor; 17 มกราคม พ.ศ. 2406 - 26 มีนาคม พ.ศ. 2488) คือนักการเมืองจากพรรคเสรีนิยมและรัฐบุรุษของสหราชอาณาจักร เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงด้านการกล่าวสุนทรพจน์ เข้าสู่วงการเมืองครั้งแรกในฐานะสมาชิกสภาสามัญชนจากพรรคเสรีนิยม ในปี พ.ศ. 2433 และดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังตั้งแต่ปี พ.ศ. 2451 - 2457 ก่อนที่จะดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในปี พ.ศ. 2458 จนในที่สุดได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักรระหว่างวันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2459 - 19 ตุลาคม พ.ศ. 2465

แม้นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรหลายคนจะเคยเป็นทนายว่าความ (barristers) มาก่อน แต่นับมาถึงปัจจุบัน เดวิด ลอยด์ จอร์จ คือทนายที่ปรึกษากฎหมาย (solicitor) เพียงคนเดียวที่เคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร และเป็นชาวเวลส์เพียงคนเดียวที่เคยดำรงตำแหน่งนี้ด้วย ทั้งยังเป็นนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียวที่ใช้ภาษาเวลส์เป็นภาษาแม่และภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง เดวิด ลอยด์ จอร์จ ได้รับการลงคะแนนให้เป็นนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรแห่งคริสต์ศตวรรษที่ 20 ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดอันดับที่สาม สำรวจโดยบริษัทวิจัยการตลาดโมรี (MORI) จากนักวิชาการ 139 คน และในปี พ.ศ. 2545 ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในชาวบริติชผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดหนึ่งร้อยลำดับจากการสำรวจประชาชนทั่วสหราชอาณาจักร

เดวิด แคเมอรอน

เดวิด วิลเลียม ดอนัลด์ แคเมอรอน (อังกฤษ: David William Donald Cameron) เกิดเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ค.ศ. 1966 เป็นนักการเมืองชาวอังกฤษ อีกทั้งเดวิดยังดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 53 แห่งสหราชอาณาจักรตั้งแต่ปี ค.ศ. 2010 และเป็นหัวหน้าพรรค พรรคอนุรักษนิยม (สหราชอาณาจักร) (Conservative Party) ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2005 และเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประจำเขต Witney ใน Oxfordshire ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2001แคเมอรอนจบการศึกษาในระดับปริญญาตรีในสาขาวิชา ปรัชญา การเมือง และเศรษฐศาสตร์ (Philosophy, Politics and Economics หรือชื่อย่อ PPE) จาก Brasenose College มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด จากนั้นเขาได้เข้าร่วมทีมวิจัยของพรรคอนุรักษนิยมและเป็นที่ปรึกษาพิเศษให้กับนอร์แมน ลามองต์และไมเคิล ฮาเวิร์ด เขาเป็นหัวหน้าฝ่ายกิจการองค์กรในบริษัทสื่อ ที่ชื่อคาร์ลตันคอมมูนิเคชันส์เป็นเวลา 7 ปี เขาลงสมัครรับเลือกตั้ง สมาชิกสภาสามัญชนในสแตฟฟอร์ด ในปี ค.ศ. 1997 แต่ไม่ได้รับเลือก ต่อมาในปี ค.ศ. 2001 ได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาสามัญชนเขตวิตนีย์ในออกซฟอร์ดเชอร์ ต่อมาในปลายปี ค.ศ. 2005 ได้รับตำแหน่งเป็นหัวหน้าพรรคอนุรักษนิยม

หลังการเลือกตั้งทั่วไปในสหราชอาณาจักร พ.ศ. 2553 โดยพรรคอนุรักษ์นิยมได้คะแนนสูงสุด ทำให้คาแมรอนขึ้นนำเป็นนายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐบาลผสมระหว่างพรรคอนุรักษนิยม (Conservative Party) และ พรรคเสรีประชาธิปไตย (Liberal Democrats)เดวิด แคเมอรอนกลายเป็นนายกรัฐมนตรีที่อายุนับตั้งแต่โรเบริ์ต เจนคินสัน (ลอร์ด ลิเวอร์พูล) ในปี 1812

แคเมอรอนประกาศเมื่อวันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2559 ว่าจะลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก่อนการประชุมใหญ่สามัญของพรรคอนุรักษนิยมในเดือนตุลาคมปีเดียวกัน อันเป็นผลสืบเนื่องจากความพ่ายแพ้ของฝ่ายสนับสนุนให้อังกฤษอยู่ใน สหภาพยุโรป ต่อซึ่งมีเขาเป็นแกนนำภายหลังจาก การออกเสียงประชามติ โดยในวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 แคเมอรอนจะเข้าเฝ้า สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ที่ พระราชวังบัคกิงแฮม เพื่อยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งโดยในวันเดียวกันนาง เทเรซา เมย์ หัวหน้า พรรคอนุรักษ์นิยม จะเข้าเฝ้าเพื่อจุมพิตพระหัตถ์รับการแต่งตั้งเป็น นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร คนที่ 54

เทรีซา เมย์

เทรีซา แมรี เมย์ (อังกฤษ: Theresa Mary May, เกิด 1 ตุลาคม 2499) คือนักการเมืองชาวบริติช อดีตนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร และหัวหน้าพรรคอนุรักษนิยมในสหราชอาณาจักรตั้งแต่ปี 2559-2562 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยตั้งแต่ช่วงปี 2553-2559 และสมาชิกรัฐสภาจากเขตเมเดนเฮดตั้งแต่ปี 2540 ทั้งยังเป็นนักการเมืองสายอนุรักษนิยม-ประเทศเดียว (One-Nation Conservative) ผู้สนับสนุนการรวมตัวของประเทศต่าง ๆ (อังกฤษ เวลส์ สกอตแลนด์ และไอร์แลนด์เหนือ) ในสหราชอาณาจักรต่อไป นอกจากนี้เมย์ยังเป็นนักการเมืองสายอนุรักษนิยมเสรี (liberal conservative) ด้วยเช่นเดียวกัน ทั้งนี้เธอได้เข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักรต่อจากนายเดวิด แคเมอรอนหลังการเข้าเฝ้า ฯ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ในวันที่ 13 กรกฎาคม 2559

ในอดีตเทรีซา เมย์ เคยทำงานประจำอยู่ที่ธนาคารแห่งประเทศอังกฤษตั้งแต่ปี 2520 - 2526 ต่อมาที่สมาคมผู้ให้บริการหักบัญชีชำระเงิน ระหว่างปี 2528 - 2540 ขณะเดียวกันก็ยังได้ตำรงตำแหน่งสมาชิกสภาเมืองเมอร์ตันประจำเขตเดิร์นสฟอร์ดในกรุงลอนดอนไปด้วย จนกระทั่งได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกสภาสามัญชนในการเลือกตั้งทั่วไปในสหราชอาณาจักร พ.ศ. 2540 หลังจากที่ก่อนหน้านี้ไม่ประสบความสำเร็จในการหาเสียงการเลือกตั้งในปี 2535 และปี 2537 นอกจากนี้เมย์ยังเคยดำรงตำแหน่งหลากหลายตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีเงาภายใต้การนำของวิลเลียม เฮก, เอียน ดันแคน สมิธ, ไมเคิล ฮาวเวิร์ด และเดวิด แคเมอรอน เช่น ผู้นำเงาแห่งสภาสามัญชน และรัฐมนตรีเงาประจำกระทรวงแรงงานและสวัสดิการ รวมถึงดำรงตำแหน่งประธานพรรคอนุรักษนิยมช่วงปี 2545 - 2546 อีกด้วย

หลังการจัดตั้งคณะรัฐบาลผสมของแคเมอรอนในปี 2553 เมย์ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีด้านสตรีและความเท่าเทียม ซึ่งภายหลังได้ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีด้านสตรีและความเท่าเทียมในปี 2555 ต่อมาหลังจากที่พรรคอนุรักษนิยมชนะการเลือกตั้งทั่วไปในสหราชอาณาจักร พ.ศ. 2558 จนสามารถจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมากในสภาสามัญชนได้สำเร็จ เมย์ก็ถูกแต่งตั้งให้กลับมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมหาดไทยอีกครั้ง และเป็นรัฐมนตรีมหาดไทยที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดนับตั้งแต่วาระของนายเจมส์ ชูเตอร์ เอด เมื่อกว่า 60 ปีก่อน ซึ่งตลอดการดำรงตำแหน่งเมย์ได้ผลักดันนโยบายการปฏิรูปตำรวจ การจัดการกับปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง และได้ริเริ่มนโยบายจำกัดผู้อพยพต่อมาหลังจากความพ่ายแพ้ของฝ่ายอยู่ในสหภาพยุโรปต่อไปในการออกเสียงประชามติว่าด้วยสมาชิกภาพในสหภาพยุโรป เดือนมิถุนายน 2559 ที่มีนายเดวิด แคเมอรอน เป็นหนึ่งในแกนนำรณรงค์หาเสียง แคเมอรอนก็ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทำให้สถานภาพผู้นำพรรครัฐบาลอย่างพรรคอนุรักษนิยมสิ้นสุดลงไปด้วย เมย์จึงได้ประกาศว่าเธอจะลงชิงตำแหน่งเป็นผู้นำพรรคอนุรักษนิยมคนต่อไป และกลายมาเป็นผู้สมัครตัวเต็งของการแข่งขันนี้อย่างรวดเร็ว เมย์ชนะการหยั่งเสียงในหมู่สมาชิกพรรครอบแรกในวันที่ 5 กรกฎาคม โดยมีคะแนนนำผู้สมัครคนอื่น ๆ ค่อนข้างมาก สองวัดถัดมาเมย์ชนะการหยั่งเสียงรอบที่สองด้วยคะแนน 199 เสียง และเข้าสู่การแข่งขันกับผู้สมัครอีกคนอย่างนางแอนเดรีย ลีดซัม ในรอบถัดไป จนกระทั่งวันที่ 11 กรกฎาคม นางลีดซัมประกาศถอนตัวจากการแข่งขัน ส่งผลให้เมย์กลายเป็นผู้สมัครเพียงคนเดียวและได้รับประกาศเป็นผู้นำพรรคอนุรักษนิยมในวันเดียวกันนั้นเอง เทรีซา เมย์จึงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหญิงแห่งสหราชอาณาจักรคนที่สองในประวัติศาสตร์ ถัดจากมาร์กาเรต แทตเชอร์

เนวิล เชมเบอร์ลิน

อาร์เธอร์ เนวิล เชมเบอร์ลิน (อังกฤษ: Arthur Neville Chamberlain) เป็นนักการเมืองพรรคอนุรักษนิยมชาวอังกฤษ เป็นนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรตั้งแต่พฤษภาคม ค.ศ. 1937 ถึงพฤษภาคม ค.ศ. 1940 เชมเบอร์ลินเป็นที่รู้จักกันดีที่สุดจากนโยบายจำยอมสละของเขา นโบบายนี้ถูกวิจารณ์ว่าเป็นสาเหตุทำให้นาซีเยอรมนีเข้มแข็งเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงนามความตกลงมิวนิกของเขาในปี 1938 ซึ่งยอมยกภูมิภาคซูเดเตนลันด์ที่ประชากรพูดภาษาเยอรมันของประเทศเชโกสโลวาเกียให้เยอรมนี ทว่าเมื่ออดอล์ฟ ฮิตเลอร์ยังคงก้าวร้าวโดยบุกครองโปแลนด์ บริเตนจึงประกาศสงครามต่อเยอรมนีเมื่อวันที่ 3 กันยายน 1939 และเชมเบอร์ลินนำบริเตนผ่านแปดเดือนแรกของสงครามโลกครั้งที่สอง

หลังทำงานในธุรกิจและการปกครองส่วนท้องถิ่นและให้หลังดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการราชการแห่งชาติช่วงสั้น ๆ ในปี 1916-1917 เชมเบอร์ลินตามบิดา โจเซฟ เชมเบอร์ลิน และพี่ชายต่างมารดา ออสเตน เชมเบอร์ลิน เป็นสมาชิกรัฐสภาในการเลือกตั้งทั่วไปปี 1918 ขณะอายุได้ 49 ปี เขาปฏิเสธตำแหน่งรัฐมนตรีผู้น้อย โดยคงเป็นผู้นั่งที่นั่งหลัง (backbencher) จนปี 1922 เขาได้รับเลื่อนตำแหน่งอย่างรวดเร็วในปี 1923 เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แล้วเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หลังรัฐบาลที่มีพรรคแรงงานนำอายุสั้น เขากลับมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ริเริ่มมาตรการปฏิรูปต่าง ๆ ตั้งแต่ปี 1924 ถึง 1929 เขาได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในรัฐบาลแห่งชาติในปี 1921

เมื่อสแตนลีย์ บอล์ดวินเกษียณในเดือนพฤษภาคม 1937 เชมเบอร์ลินสืบตำแหน่งเขาเป็นนายกรัฐมนตรี ในตำแหน่งของเขาถูกครอบงำโดยปัญหานโยบายต่อประเทศเยอรมนีที่ก้าวร้าวเพิ่มขึ้น และการปฏิบัติของเขาที่มิวนิกเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางในหมู่ชาวอังกฤษในเวลานั้น เมื่อฮิตเลอร์ยังคงก้าวร้าวต่อ เชมเบอร์ลินปฏิญาณจะพิทักษ์เอกราชของโปแลนด์หากโปแลนด์ถูกโจมตี ซึ่งเป็นพันธมิตรที่นำบริเตนเข้าสู่สงครามเมื่อเยอรมนีโจมตีโปแลนด์ในปี 1939

เชมเบอร์ลินลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 1940 หลังฝ่ายสัมพันธมิตรถูกบังคับให้ถอยจากนอร์เวย์ เพราะเขาเชื่อว่ารัฐบาลที่ได้รับการสนับสนุนจากทุกพรรคการเมืองสำคัญ และพรรคแรงงานและอนุรักษนิยมจะไม่เข้าร่วมรัฐบาลที่เขาเป็นหัวหน้า วินสตัน เชอร์ชิลล์สืบตำแหน่งเขาแต่เขายังเป็นที่เคารพอยู่มากในรัฐสภา โดยเฉพาะในหมู่อนุรักษนิยม ก่อนหน้าสุขภาพที่เลวจะบังคับให้เขาลาออก เขาเป็นสมาชิกสำคัญในคณะรัฐมนตรีสงครามของเชอร์ชิลล์ โดยเป็นหัวหน้าเมื่อเชอร์ชิลล์ไม่อยู่ เชมเบอร์ลินถึงแก่อสัญกรรมด้วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่หกเดือนหลังลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

เฮนรี เพแลม

เฮนรี เพแลม (อังกฤษ : Henry Pelham) ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 3 แห่งบริเตนใหญ่ตั้งแต่ ค.ศ.1743 - 1754 เกิดที่ซัสเซ็กซ์ เมื่อวันที่ 25 กันยายน ค.ศ. 1694 และถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 6 มีนาคม ค.ศ. 1754 ที่กรุงลอนดอน ขณะอายุได้ 59 ปี

โทนี แบลร์

แอนโธนี ชาลส์ ลินตัน "โทนี" แบลร์ (อังกฤษ: Anthony Charles Lynton "Tony" Blair) เกิดเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2496 (ค.ศ. 1953) เป็นอดีตนายกรัฐมนตรีของสหราชอาณาจักร และเป็นอดีตหัวหน้าพรรคแรงงาน

แบลร์สืบทอดตำแหน่งหัวหน้าพรรคแรงงานหลังจากการเสียชีวิตของหัวหน้าพรรคคนก่อนคือ นายจอห์น สมิท (John Smith) ใน พ.ศ. 2537 (ค.ศ. 1994) และเอาชนะนายจอห์น เมเจอร์ (John Major) ของพรรคอนุรักษนิยม และเป็นหัวหน้าพรรคแรงงานคนเดียวที่สามารถชนะการเลือกตั้งได้ 3 สมัยติดต่อกัน

นายกรัฐมนตรีแห่งบริเตนใหญ่และสหราชอาณาจักร
บริเตนใหญ่
สหราชอาณาจักร
ผู้นำรัฐในทวีปยุโรป
ประมุขแห่งรัฐ
หัวหน้ารัฐบาล

ภาษาอื่น

This page is based on a Wikipedia article written by authors (here).
Text is available under the CC BY-SA 3.0 license; additional terms may apply.
Images, videos and audio are available under their respective licenses.