นอร์ทโรด

นอร์ทโรด (อังกฤษ: North Road) เคยเป็นสนามฟุตบอลและคริกเกตในนิวตันฮีท แมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ เป็นสนามเหย้าสนามแรกของสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเมื่อครั้งยังใช้ชื่อว่า สโมสรฟุตบอลนิวตันฮีทแลนคาเชียร์แอนด์ยอร์กเชียร์เรลเวย์ เป็นสนามเหย้าตั้งแต่เริ่มก่อตั้งจนกระทั่งปี ค.ศ. 1893 เมื่อสโมสรย้ายไปยังสนามฟุตบอลแห่งใหม่ที่แบงก์สตรีตที่เคลย์ตัน

เดิมทีสนามฟุตบอลแห่งนี้มีแต่สนามแข่งขันที่สามารถรองรับผู้ชมได้ราว 12,000 คน จนมีการเพิ่มอัฒจันทร์ในปี 1891 ทำให้จุเพิ่มได้ราว 15,000 คน สโมสรได้เซ็นสัญญากับนักฟุตบอลอาชีพในปี 1886 จึงเริ่มแยกจากผู้สนับสนุนที่เป็นบริษัททางรถไฟ แต่หากปราศจากการสนับสนุนด้านการเงินจากบริษัทแล้วก็ไม่สามารถเช่าสนามได้อีกต่อไปจึงถูกขับไล่ออกไป

North Road
Old Ordnance Survey map of Monsall Hospital, Football Ground, and Carriage & Wagon Works (rail yards). North Road runs along the edge of the rail yards, separating them from the Football Ground.
ที่ตั้งนิวตันฮีท แมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ
พิกัด53°30′13″N 2°11′56″W / 53.50361°N 2.19889°W
เจ้าของมหาวิหารแมนเชสเตอร์
พื้นสนามหญ้า
ความจุ~15,000
ผู้ใช้งาน
สโมสรฟุตบอลนิวตันฮีท (1878–1893)

ประวัติ

ช่วงแรก

North Road
ภาพขาว-ดำของสนามนอร์ทโรดสนามเหย้าของนิวตันฮีทระหว่างปี 1878 ถึง 1893

หลังจากที่ได้ก่อตั้งสโมสรฟุตบอลนิวตันฮีทแลนคาเชียร์แอนด์ยอร์กเชียร์เรลเวย์ ลูกจ้างของคาร์เรจแอนด์วากอนเวิกส์ (Carriage and Wagon Works) ของบริษัทแลงคาเชอร์แอนด์ยอร์กเชอร์เรลเวย์ (Lancashire and Yorkshire Railway (LYR)) ได้เรียกร้องขอสนามไว้สำหรับเล่น สถานที่เลือกนั้นมีเจ้าของคือหน่วยงานมหาวิหารแมนเชสเตอร์ ถึงแม้ว่าสถานที่จะสะดวกต่อการทำงานขนส่ง[1] แต่ก็ "ขรุขระ มีเศษหินในช่วงฤดูร้อน และเป็นโคลน ท่วมนองอย่างหนักในช่วงฤดูฝน"[2] บริษัททางรถไฟจึงเห็นด้วยที่จะลงนามเช่ากับหน่วยงานนี้และเช่าสนามให้แก่สโมสรฟุตบอล[3] ซึ่งก็อยู่ติดกับทางรถไฟที่ดำเนินงานโดย LYR สนามแห่งนี้มักจะมีหมอกลงจัดจากไอน้ำเมื่อรถไฟวิ่งผ่าน เวลาเปลี่ยนผู้เล่นก็จะทำกันที่ร้านจำหน่ายสุราทรีเฮาส์ ที่อยู่ห่างจากถนนโอลดัมหลายร้อยหลา เนื่องด้วยไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอยู่รอบข้าง[4] ในบางครั้งอาจมีเครื่องดื่มจากผู้สนับสนุนให้บ้างบริเวณปลายทางทิศตะวันออกของที่ดิน[1]

นัดการแข่งขันที่ได้รับการบันทึกครั้งแรกเกิดขึ้นในปี 1880 สองปีหลังจากสโมสรได้ก่อตั้งขึ้น ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเกมกระชับมิตร นัดการแข่งขันชิงชัยครั้งแรกที่จัดขึ้นที่นอร์ทโรดเป็นการแข่งขันถ้วยแลงคาเชอร์ รอบแรกที่พบกับทีมสำรองของสโมสรฟุตบอลแบล็กเบิร์นโอลิมปิก แข่งเมื่อ 27 ตุลาคม 1883 โดยนิวตันฮีทแพ้ 7–2 รายละเอียดผู้ชมสูญหายไป แต่คาดว่าสนามมีการล้อมรั้ว มีค่าเข้า 3 เพนนี (ราว 1 ปอนด์ในปี 2018) ของนัดการแข่งขัน[5] เมื่อฟุตบอลเป็นกีฬาอาชีพในอังกฤษในปี 1885 นิวตันฮีทได้เซ็นสัญญานักฟุตบอลอาชีพครั้งแรกในช่วงฤดูร้อนปี 1886 รายได้ของสโมสรไม่เพียงพอในการจ่ายค่าจ้าง จึงมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม 3 เพนนีในทุกนัดการแข่งขันที่นอร์ทโรด ต่อมาเพิ่มเป็น 6 เพนนี[6]

ขยับขยายและถูกขับไล่

เดิมทีสนามมีความจุราว 12,000 คน แต่เจ้าหน้าที่ของสโมสรตัดสินใจว่า นี่ไม่เพียงพอต่อความหวังพวกเขาเหล่านั้นที่จะเข้าร่วมในลีกฟุตบอลได้[7] ได้มีการขยับขยายสนามในปี 1887[1] แต่ปี 1891 นิวตันฮีทได้ใช้เงินสำรองบางส่วนที่มีซื้ออัฒจรรย์หลัก 2 อัฒจรรย์ แต่ละอัฒจรรย์จุได้ 1,000 คน อย่างไรก็ตาม การซื้อนี้ทำให้สโมสรไม่ลงรอยกับบริษัททางรถไฟที่ปฏิเสธการช่วยเหลือข้อตกลงทางการเงิน[7] มีสององค์กรที่ได้แยกออกไปนับจากนั้นและในปี 1892 สโมสรพยายามหาทุนเรือนหุ้นจำนวน 2,000 ปอนด์ เพื่อจ่ายหนี้จากการขยับขยายสนามนี้[8] การแยกออกไปนี้ทำให้บริษัททางรถไฟหยุดจ่ายค่าเช่าให้เนื่องจากสนามนี้เป็นของมหาวิหารที่ ณ ขณะนั้นตัดสินใจเพิ่มค่าเช่าด้วย[9] ภายใต้ความดันทางการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อหน่วยงานมหาวิหารรู้สึกว่าเป็นการไม่เหมาะสมที่สโมสรคิดค่าเข้าสนาม[4] จึงมีการประกาศขับไล่สโมสรในเดือนมิถุนายน 1893[10] ผู้บริหารสโมสรจึงเริ่มหาสนามแห่งใหม่ตั้งแต่เริ่มมีการพยายามขับไล่ตั้งแต่ครั้งแรกในเดือนพฤษภาคมของปีก่อนหน้านี้ พวกเขาสามารถย้ายไปยังสนามแห่งใหม่ที่แบงก์สตรีต อยู่ห่างจากเคลย์ตัน 3 ไมล์[10] การจะย้ายอัฒจรรย์ใหญ่ 2 อัฒจรรย์ไปยังสนามแห่งใหม่เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ พวกเขาจึงขายไปที่ 100 ปอนด์[8]

ปัจจุบัน

Fujitsu offices, Newton Heath
สำนักงานฟูจิตสึตั้งอยู่ที่นอร์ทโรดในปี 2009

สนามไม่คงหลงเหลืออยู่ในปัจจุบัน และนอร์ทโรดถูกเปลี่ยนชื่อมาเป็นนอร์แทมป์ตันโรด[1] หลังจากที่สนามถูกใช้เป็นสนามท้องถิ่น โรงเรียนมัธยมมอสตันบรูก (Moston Brook High School) ก็ได้มาบนที่ดินแห่งนี้[11] มีแผ่นจารึกสีแดงติดอยู่หนึ่งในผนังของโรงเรียน โดยระบุว่าเป็นสถานที่ของสนามกีฬาเก่า[12] แต่แผ่นจารึกก็ถูกขโมยและไม่มีอันใหม่ทดแทน[13] หลังจากโรงเรียนปิดตัวลงในเดือนสิงหาคม 2000 นอร์ทเวสต์รีเจียนนอลเดเวลอปเมนต์เอเจนซี (Northwest Regional Development Agency (NWDA)) ก็ได้เลือกที่นี้เป็นที่ตั้งของนอร์ทแมนเชสเตอร์บีซิเนสพาร์ก (North Manchester Business Park) เมื่อปี 2002[14][15]

การใช้งานอื่น

สโมสรฟุตบอลนิวตันฮีทยังได้ก่อตั้งสโมสรคริกเกต[16] และใช้สนามนอร์ทโรดในการเล่นกีฬาทั้งสองชนิด อย่างไรก็ดีฤดูกาลของคริกเกตและฟุตบอลมักคาบเกี่ยวกัน เป็นเหตุให้เกิดความขัดแจ้งระหว่างกีฬาสองชนิดนี้[17] สนามไม่ได้ถูกใช้อย่างพอเหมาะสำหรับการเล่นฟุตบอล ทั้ง ๆ ที่ได้รับการลงแรงอย่างดีเยี่ยมจากผู้ดูแลสนาม ชาร์ลี และเนด แมสซีย์ แต่กลับใช้สนามในช่วงฤดูหนาว ยังขาดความเหมาะสมในการเล่นคริกเกตในฤดูร้อน[17]

สถิติ

แม้จำนวนผู้เข้าชมจะไม่ได้บันทึกไว้ในนัดการแข่งขันแรก ๆ ที่นอร์ทโรด สถิติผู้เข้าชมสูงสุดในสนามประมาณ 15,000 คน ในนัดการแข่งขันเฟิสต์ดิวิชันพบกับสโมสรฟุตบอลซันเดอร์แลนด์เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 1893[18] ผู้เข้าชมในลักษณะเดียวกันนี้ยังมีการบันทึกไว้ในนัดกระชับมิตรที่แข่งกับกอร์ดอนวิลลาเมื่อวันที่ 5 กันยายน 1889[19] สถิติผู้เข้าชมเบาบางในลีกมีราว 1,000 คน ในลีกฟุตบอลอัลไลแอนซ์ นัดการแข่งขันระหว่างวัลซอลล์ทาวน์สวิฟส์และเบอร์มิงแฮมซิตี เมื่อวันที่ 21 เมษายน 1890 และ 13 ธันวาคม 1890 ตามลำดับ[19][20] อย่างไรก็ตาม มีการบันทึกสถิติผู้เข้าชมเพียง 400 คนในการแข่งขันแมนเชสเตอร์คัปที่แข่งกับเอ็กเคิลส์เมื่อวันที่ 31 มกราคม 1885[21]

สถิติยุคแรกสุดสำหรับผู้เข้าชมจำนวนสี่หลักที่สนามคือ 3,000 คนในนัดกระชับมิตรกับเวสต์กอร์ตัน (เซนต์มากส์) เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 1881 ถือเป็นการบันทึกการเจอกันครั้งแรกของทั้งสองฝั่งที่ปัจจุบันคือ สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดและสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี[22]

อ้างอิง

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 James, p. 392
  2. Tyrrell et al., p. 93
  3. McCartney, p. 7
  4. 4.0 4.1 Inglis, p. 234
  5. Shury, pp. 6–7
  6. Shury, p. 8
  7. 7.0 7.1 White, p. 21
  8. 8.0 8.1 White, p. 23
  9. Tyrrell et al., p. 97
  10. 10.0 10.1 Shury, p. 21
  11. "Establishment: Moston Brook High School". EduBase. Her Majesty's Government. Archived from the original on 5 September 2009. สืบค้นเมื่อ 21 July 2009.
  12. "Red commemorative plaques in Manchester". manchester.gov.uk. Manchester City Council. 17 November 2005. สืบค้นเมื่อ 5 July 2009.
  13. White, p. 15
  14. "NWDA formally makes Compulsory Purchase Order North Manchester Business Park". NWDA.co.uk. Northwest Regional Development Agency. 19 September 2002. Archived from the original on 6 September 2009. สืบค้นเมื่อ 5 July 2009.
  15. James, p. 393
  16. Belton, p. 2
  17. 17.0 17.1 Belton, p. 9
  18. Shury, p. 54
  19. 19.0 19.1 Shury, p. 51
  20. Shury, p. 52
  21. Shury, p. 46
  22. Cawley & James, p. 338

บรรณานุกรม

  • Belton, Brian (2009). Red Dawn – Manchester United in the Beginning: From Newton Heath to League Champions. London: Pennant Books. ISBN 978-1-906015-26-8.
  • Cawley, Steve; James, Gary (1991). The Pride Of Manchester: The History of the Manchester Derby. Leicester: ACL & Polar. ISBN 0-9514862-1-7.
  • Inglis, Simon (1996) [1985]. Football Grounds of Britain (Third ed.). London: CollinsWillow. ISBN 0-00-218426-5.
  • James, Gary (2008). Manchester – A Football History. Halifax: James Ward. ISBN 978-0-9558127-0-5.
  • McCartney, Iain (1996). Old Trafford – Theatre of Dreams. Harefield: Yore Publications. ISBN 1-874427-96-8.
  • Shury, Alan; Landamore, Brian (2005). The Definitive Newton Heath F.C. SoccerData. ISBN 1-899468-16-1.
  • Tyrrell, Tom; Meek, David (1996) [1988]. The Hamlyn Illustrated History of Manchester United 1878–1996 (Fifth ed.). London: Hamlyn. ISBN 0-600-59074-7.
  • White, Jim (2008). Manchester United: The Biography. London: Sphere. ISBN 978-1-84744-088-4.
ประวัติศาสตร์ของสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด (ค.ศ. 1878–1945)

สโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด (อังกฤษ: Manchester United Football Club) ก่อตั้งขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1878 ในชื่อ สโมสรฟุตบอลนิวตันฮีธ (อังกฤษ: Newton Heath LYR Football Club) โดยพนักงานการรถไฟสาย แลงคาสเชอร์ และสาย ยอร์กเชอร์ ที่ได้รวมตัวกันเพื่อแข่งขันฟุตบอลกับสโมสรฟุตบอลของพนักงานการรถไฟสายอื่น ๆ โดยใช้สนาม นอร์ทโรด เป็นสนามเหย้า

ใน ค.ศ. 1888 สโมสรนิวตันฮีธได้เป็นหนึ่งในสมาชิกที่ร่วมก่อตั้งลีกฟุตบอลที่เรียกว่า เดอะคอมบิเนชั่น ซึ่งยุติก่อนจะจบฤดูกาลแรกหลังจากนั้นทางสโมสรได้เข้าร่วม ฟุตบอล อลิอันซ์ ลีกฟุตบอลที่ตั้งขึ้นมาแทนเดอะคอมบิเนชั่นนานถึง 3 ปีก่อนที่จะฟุตบอล อลิอันซ์จะถูกควบรวมเข้ากับ ฟุตบอลลีก ลีกฟุตบอลที่จัดตั้งขึ้นใหม่ในฤดูกาล 1892–93 โดยได้ย้ายสนามเหย้าไปยังสนาม แบงก์สตรีต แทนสนามนอร์ทโรดที่คับแคบและมีขนาดเล็กกว่าและได้ตัด LYR ออกจากชื่อของสโมสรเนื่องจากทางสโมสรได้แปรสภาพเป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพอย่างเต็มตัวและได้แยกตัวออกจากการรถไฟแล้วแต่นิวตันฮีธก็อยู่ในลีกสูงสุดคือ ดิวิชัน 1 เพียง 2 ปีก่อนจะตกลงไปเล่นในลีก ดิวิชัน 2 ในฤดูกาล 1894–95

ในเดือนมกราคม ค.ศ. 1902 สโมสรนิวตันฮีธประสบปัญหาทางการเงินโดยเป็นหนี้จำนวนสูงถึง 2,670 ปอนด์ในยุคนั้นเทียบเท่ากับ 260,000 ปอนด์ในปัจจุบันสุ่มเสี่ยงต่อการล้มละลายกัปตันทีมในขณะนั้นคือ แฮร์รี่ สแตฟฟอร์ด จึงได้ติดต่อนักธุรกิจท้องถิ่น 4 คนนำโดย จอห์น เฮนรี่ เดวี่ส์ เจ้าของร้านเหล้าในเมืองแมนเชสเตอร์ให้เข้ามาบริหารสโมสรโดยเดวี่ส์ได้เข้ามาเป็นประธานสโมสรและได้เปลี่ยนชื่อเป็น แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เมื่อวันที่ 24 เมษายน ค.ศ. 1902 ต่อมาในเดือนกันยายน ค.ศ. 1903 ทางสโมสรได้แต่งตั้ง เออร์เนสต์ แมคนัลล์ ซึ่งเป็นเลขานุการสโมสรให้ดำรงตำแหน่งผู้จัดการทีมต่อจาก เจมส์ เวสต์ โดยแมคนัลล์สามารถพาทีมคว้าแชมป์ดิวิชัน 1 (เดิม) 2 สมัย แชริตีชีลด์ 2 สมัยและลีกคัพ 1 สมัยก่อนจะออกจากทีมไปเมื่อจบฤดูกาล 1911–12

ในฤดูกาล 1921–22 หรือ 3 ปีหลังจากสิ้นสุด สงครามโลกครั้งที่ 1 ทางสโมสรก็ตกชั้นลงไปเล่นดิวิชัน 2 แต่ก็กลับขึ้นสู่ลีกดิวิชัน 1 ได้อีกครั้งในฤดูกาล 1924–25 ซึ่งในช่วงนั้นสโมสรก็ขึ้น ๆ ลง ๆ ระหว่างดิวิชัน 1 – ดิวิชัน 2 อยู่บ่อย ๆ และในวันที่ 24 ตุลาคม ค.ศ. 1927 ทางสโมสรก็ต้องพบกับความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่เมื่อ จอห์น เฮนรี เดวีส์ ประธานสโมสรถึงแก่กรรมทำให้สโมสรมีปัญหาทางการเงินและมีหนี้สินถึง 2,000 ปอนด์หรือหลายแสนปอนด์ในปัจจุบันโดยมี จอร์จ โลว์ตัน (อังกฤษ: George Loweton) เป็นประธานสโมสรสืบต่อมาจนกระทั่งฤดูกาล 1930–31 สโมสรก็ต้องตกชั้นลงไปเล่นดิวิชัน 2 อีกครั้ง

ทำให้ในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน เจมส์ กิ๊บสัน มหาเศรษฐีสิ่งทอในเมืองแมนเชสเตอร์ได้เข้ามาเทคโอเวอร์สโมสรโดยได้นำเงินจำนวน 40,000 ปอนด์เข้ามาช่วยกอบกู้สถานะทางการเงินของสโมสรก่อนที่ฤดูกาล 1935–36 สโมสรจะก้าวขึ้นสู่ลีกดิวิชัน 1 อีกครั้งแต่ในช่วง สงครามโลกครั้งที่ 2 สนาม โอลด์แทรฟฟอร์ด ที่เป็นรังเหย้าถูกกองทัพนาซีเยอรมันทิ้งระเบิดถล่มจนเสียหายอย่างหนักจึงต้องปิดปรับปรุงอยู่ถึง 4 ปีจนกระทั่งฤดูกาล 1948–49 จึงได้กลับมาใช้โอลด์แทรฟฟอร์ดอีกครั้งโดยระหว่างนั้นทางทีมปีศาจแดงต้องไปยืมสนาม เมนโรด ของ แมนเชสเตอร์ซิตี เป็นรังเหย้าชั่วคราว

สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด (อังกฤษ: Manchester United Football Club) เป็นสโมสรฟุตบอลที่มีชื่อเสียงของอังกฤษ มีที่ตั้งอยู่ที่โอลด์แทรฟฟอร์ดในเมืองแมนเชสเตอร์ ปัจจุบันเล่นอยู่ในพรีเมียร์ลีก ลีกสูงสุดในระบบลีกฟุตบอลอังกฤษ สโมสรก่อตั้งในชื่อ สโมสรฟุตบอลนิวตันฮีตแอลวายอาร์ เมื่อปี ค.ศ. 1878 จากนั้นเปลี่ยนชื่อมาเป็น แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เมื่อปี ค.ศ. 1902 และย้ายไปเล่นในสนามปัจจุบันคือโอลด์แทรฟฟอร์ด เมื่อปี ค.ศ. 1910

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเป็นสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในหลายสโมสรในอังกฤษ โดยเป็นแชมป์ลีก 20 สมัย เอฟเอคัพ 12 สมัย ลีกคัพ 5 สมัย และ เอฟเอคอมมิวนิตีชีลด์ 21 สมัย อีกทั้งพวกเขายังได้ ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 3 สมัย ยูฟ่ายูโรปาลีก 1 สมัย ยูฟ่าคัพวินเนอร์สคัพ 1 สมัย ยูฟ่าซูเปอร์คัพ 1 สมัย ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรยุโรปและอเมริกาใต้ 1 สมัย และฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก 1 สมัย ในฤดูกาล 1998–99 สโมสรกลายเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ของฟุตบอลอังกฤษที่คว้าแชมป์เทรเบิล โดยการคว้าแชมป์ยูฟ่ายูโรปาลีกในฤดูกาล 2016–17 พวกเขากลายเป็นหนึ่งในหน้าสโมสรที่คว้าแชมป์ทั้งสามรายการการแข่งขันของยูฟ่า

ภัยพิบัติทางอากาศมิวนิกเมื่อปี ค.ศ. 1958 ได้คร่าชีวิตผู้เล่นแปดคน ในปี ค.ศ. 1968 ภายใต้การจัดการทีมของแมตต์ บัสบี แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเป็นสโมสรฟุตบอลทีมแรกของอังกฤษที่ได้แชมป์ยูโรเปียนคัพ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน พาทีมคว้าแชมป์ 38 ถ้วยตลอดการเป็นผู้จัดการทีม ไม่ว่าจะเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก 13 สมัย เอฟเอคัพ 5 สมัย และยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 2 สมัยในระหว่างปี ค.ศ. 1986 และ ค.ศ. 2013 จากนั้นเขาได้ประกาศเกษียณตัวเองไป

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดคือสโมสรที่มีรายได้สูงที่สุดในโลกสำหรับฤดูกาล 2016–17 ด้วยรายได้ต่อปีเป็นจำนวน 676.3 ล้านปอนด์ และเป็นสโมสรที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกในปี ค.ศ. 2018 เป็นมูลค่า 3.1 พันล้านปอนด์ ณ เดือนมิถุนายน ค.ศ. 2015 สโมสรมีมูลค่าแบรนด์ฟุตบอลที่สูงที่สุดในโลก คาดว่ามีมูลค่า 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจากเกิดการลอยตัวในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอนในปี ค.ศ. 1991 สโมสรถูกซื้อโดยมัลคอม เกลเซอร์ ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2005 ในข้อตกลงมูลเกือบ 800 ล้านปอนด์ หลังจากนั้นบริษัทกลับมาเป็นบริษัทเอกชน ก่อนจะกลายมาเป็นบริษัทมหาชนอีกครั้งในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2012 เมื่อพวกเขาได้ทำการเสนอขายหุ้นใหม่แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก ในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเป็นสโมสรฟุตบอลที่มีผู้สนับสนุนมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และมีทีมคู่แข่งคือลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ซิตี, อาร์เซนอล และลีดส์ยูไนเต็ด

แมนเชสเตอร์ดาร์บี

แมนเชสเตอร์ดาร์บี (อังกฤษ: Manchester Derby) เป็นการแข่งขันฟุตบอลระหว่าง แมนเชสเตอร์ซิตี กับ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

ประวัติศาสตร์
โศกนาฏกรรมมิวนิก
สนามเหย้า
สนามฝึกซ้อม
ทีมอื่น
ผู้เล่น
ทีมคู่แข่ง
ผู้สนับสนุน
สื่อ
Related articles

ภาษาอื่น

This page is based on a Wikipedia article written by authors (here).
Text is available under the CC BY-SA 3.0 license; additional terms may apply.
Images, videos and audio are available under their respective licenses.