คริสต์ศตวรรษที่ 7

คริสต์ศตวรรษที่ 7 อยู่ระหว่างปี ค.ศ. 601 ถึง ค.ศ. 700

คริสต์สหัสวรรษ: 1
คริสต์ศตวรรษ:
  • 6
  • คริสต์ศตวรรษที่ 7
  • 8
คริสต์ทศวรรษ:
  • 600
  • 610
  • 620
  • 630
  • 640
  • 650
  • 660
  • 670
  • 680
  • 690

ทศวรรษและปีคริสต์ศักราช

590 590 591 592 593 594 595 596 597 598 599
600 600 601 602 603 604 605 606 607 608 609
610 610 611 612 613 614 615 616 617 618 619
620 620 621 622 623 624 625 626 627 628 629
630 630 631 632 633 634 635 636 637 638 639
640 640 641 642 643 644 645 646 647 648 649
650 650 651 652 653 654 655 656 657 658 659
660 660 661 662 663 664 665 666 667 668 669
670 670 671 672 673 674 675 676 677 678 679
680 680 681 682 683 684 685 686 687 688 689
690 690 691 692 693 694 695 696 697 698 699
700 700 701 702 703 704 705 706 707 708 709
ประเทศบัลแกเรีย

บัลแกเรีย (บัลแกเรีย: България) หรือชื่อทางการคือ สาธารณรัฐบัลแกเรีย (บัลแกเรีย: Република България) เป็นประเทศทางตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปยุโรป มีชายฝั่งบนทะเลดำไปทางตะวันออก มีพรมแดนติดต่อกับประเทศกรีซและประเทศตุรกีทางใต้ ประเทศเซอร์เบียและสาธารณรัฐมาซิโดเนียทางตะวันตก และประเทศโรมาเนียทางเหนือตามแม่น้ำดานูบบัลแกเรียเคยเป็นอาณานิคมของรัสเซีย

ยุคนาระ

ยุคนาระ (ญี่ปุ่น: 奈良時代 โรมาจิ: Nara-jidai ทับศัพท์: นาราจิได) (ค.ศ. 710 – 794)

เมื่อปี ค.ศ. 710 ขณะที่บ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองด้วยหลักกฎหมายและจริยธรรมก็ได้ย้ายเมืองหลวงมาที่เฮโจเกียวหรือเมืองนาระและบริเวณใกล้เคียงในปัจจุบัน แต่ในเวลาต่อมาก็เริ่มเกิดความวุ่นวายเมื่อระบบโคจิโกมิง (公地公民制 Kōchi-kōmin-sei: ระบบที่รัฐบาลกลางครอบครองที่ดินทั้งหมดและปันส่วนให้กับขุนนางและชาวนา โดยที่ชาวนาต้องเสียภาษีที่ดิน) เสื่อมลงเนื่องจากมีที่ดินที่ได้รับยกเว้นภาษี อยู่เป็นจำนวนมาก รวมถึงความยากจนไร้ที่อยู่อาศัยของชาวนา ในสมัยนี้ศาสนาพุทธได้รับการทำนุบำรุงอย่างดี ทำให้วัฒนธรรมหรือศิลปะทางพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองมาก เริ่มจากวัฒนธรรมอาซูกะ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมทางพุทธศาสนาอันดับแรกของญี่ปุ่นในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 7 หรือวัฒนธรรมฮากูโฮ ในครึ่งหลังของคริสต์ศตวรรษที่ 7 ที่แสดงให้เห็นความทุกข์ยากของมนุษย์ จนถึงวัฒนธรรมเท็มเปียว ในกลางคริสต์ศตวรรษที่ 8 ที่แสดงถึงความรู้สึกของมนุษย์ที่สมบูรณ์ตามที่เป็นจริง ซึ่งรับอิทธิพลทางวัฒนธรรมในยุคที่รุ่งเรืองที่สุดของราชวงศ์ถัง มังโยชู (万葉集 Man’youshuu) คือ งานชิ้นเอกแห่งยุค ซึ่งเป็นการรวบรวมบทกวีของคนทุกระดับชั้นตั้งแต่สามัญชนจนถึงจักรพรรดิไว้ประมาณ 4,500 บท โดยใช้เวลารวบรวมจนถึงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 8 รวมเป็นเวลาถึง 400 ปี ใน มังโยชู ได้รับบรรยายความรู้สึกของการใช้ชีวิตอย่างสมถะของคนญี่ปุ่นในสมัยโบราณได้อย่างตรงไปตรงมา และยังคงเป็นที่ประทับใจของคนญี่ปุ่นจำนวนมากในปัจจุบันนี้ นอกจากนี้ ยังมี โคจิกิ (古事記 Kojiki) ซึ่งเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ฉบับเก่าแก่ที่สุดเท่าที่มีอยู่ (ค.ศ. 712) นิฮนโชกิ (日本書紀 Nihonshoki) ซึ่งเป็นบันทึกเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ตามลำดับเวลาฉบับเก่าแก่ที่สุด (ค.ศ. 720) และหนังสือรวมบทกวี ไคฟูโซ (懐風藻 kaifuusou) ฉบับเก่าแก่ที่สุด (ค.ศ. 751) ซึ่งเป็นครั้งแรกของการรวมนเวลาต่อมาก็เริ่มเกิดความวุ่นวายเมือชาวนายากจนลง คนไร้ที่อยู่อาศัยมีมากขึ้น และจากการที่มีโชเอน ซึ่งเป็นที่ดินที่ได้รับการยกเว้นภาษีเป็นจำนวนมาก จึงทำให้ระบบโคจิโกมิง (ระบบที่รัฐบาลกลางเป็นผู้ครอบครองที่ดินทั้งหมด และบันส่วนให้ขุนนางกับชาวนา โดยที่ชาวนาต้องเสียภาษีที่ดิน) เสื่อมลง

ค.ศ. 712 บันทึก โคจิกิ ซึ่งเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ที่เป็นทางการชิ้นแรกของญี่ปุ่น

ค.ศ. 720 บันทึก นิฮนโชกิ เป็นบันทึกเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ตามลำดับเวลาฉบับเก่าแก่ที่สุด

ค.ศ. 751 หนังสือรวมบทกวี ไคฟูโซ ฉบับเก่าแก่ที่สุด เป็นผลงานรวมบทกวีจีนโดยนักกวีญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก

ค.ศ. 752 จัดพิธีฉลององค์พระพุทธรูปไดบุทสึของวัดโทไดจิ ที่ได้สร้างเสร็จสิ้นลง

ค.ศ. 754 พระจีนชื่อ กันจิน นำศาสนาพุทธนิกายลี่จง (นิกายวินัย) มาเผยแพร่ในญี่ปุ่น ในสมัยนี้ศาสนาพุทธได้รับการทำนุบำรุงเป็นอย่างดี จึงทำให้วัฒนธรรมทางพุทธศาสนาโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านศิลปะเจริญรุ่งเรืองมาก เริ่มจากวัฒนธรรมอาซูกะ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมทางพุทธศาสนาอันดับแรกสุดของญี่ปุ่นในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 7 หรือวัฒนธรรมฮากูโฮ ในครึ่งหลังของคริสต์ศตวรรษที่ 7 ที่แสดงให้เห็นถึงความสดใสแปลกใหม่ของมนุษย์ จนถึงวัฒนธรรมเท็มเปียว ในกลางคริสต์ศตวรรษที่ 8 ที่แสดงถึงความรู้สึกอันเต็มเปี่ยมของมนุษย์แบบสมจริงซึ่งได้รับอิทธิพลของวัฒนธรรมจีนในยุคที่รุ่งเรืองที่สุดของราชวงศ์ถัง

ค.ศ. 759 มังโยชู เป็นงานชิ้นเอกแห่งยุคซึ่งได้รวบรวมบทกวีของคนทุกระดับชั้นตั้งแต่สามัญชนจนถึงจักรพรรดิไว้ประมาณ 4,500 บท ใช้เวลารวบรวมจนถึงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 8 รวมเป็นเวลาถึง 400 ปี ใน มังโยชู ได้บรรยายความรู้สึกของการใช้ชีวิตอย่างสมถะของคนญี่ปุ่นในสมัยโบราณได้อย่างตรงไปตรงมา และยังคงเป็นที่ประทับใจของคนญี่ปุ่นจำนวนมากในปัจจุบัน

รายชื่อปีคริสต์ศักราช

หน้านี้เป็นดัชนีสำหรับหน้าของปีแต่ละปี

ศาสนาอิสลาม

ศาสนาอิสลาม (อังกฤษ: Islam) เป็นศาสนาเอกเทวนิยมและศาสนาอับราฮัม บัญญัติไว้ในคัมภีร์อัลกุรอาน คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของอิสลามซึ่งสาวกถือว่าเป็นพระวจนะคำต่อคำของพระเป็นเจ้า (อัลลอฮฺ) และสำหรับสาวกส่วนใหญ่ เป็นคำสอนและตัวอย่างเชิงบรรทัดฐาน (เรียกว่า สุนัต และประกอบด้วยหะดีษ) ของมุฮัมมัด (ประมาณ 570–8 มิถุนายน 632) เป็นศาสดา (นบี) องค์สุดท้ายของพระเป็นเจ้า สาวกของศาสนาอิสลาม เรียกว่า มุสลิม

มุสลิมเชื่อว่า พระเจ้าเป็นหนึ่งและหาที่เปรียบไม่ได้ และจุดประสงค์ของการดำรงอยู่ คือ เพื่อรักและรับใช้พระเป็นเจ้า มุสลิมยังเชื่อว่า ศาสนาอิสลามเป็นบรรพศรัทธาฉบับสมบูรณ์และเป็นสากลที่สุดซึ่งได้ประจักษ์มาหลายครั้งก่อนหน้านั้น ผ่านศาสดาซึ่งรวมอาดัม โนอาห์ อับราฮัม โมเสส และพระเยซู พวกเขายึดมั่นว่า สารและวิวรณ์ถูกแปลผิดหรือเปลี่ยนแปลงบางส่วนตามกาล แต่มองว่าอัลกุรอานภาษาอาหรับเป็นทั้งวิวรณ์สุดท้ายและไม่เปลี่ยนแปลงของพระเป็นเจ้า มโนทัศน์และหลักศาสนามีเสาหลักทั้งห้าของอิสลาม ซึ่งเป็นมโนทัศน์พื้นฐานและการปฏิบัติตนนมัสการที่ต้องปฏิบัติตาม และกฎหมายอิสลามที่ตามมา ซึ่งครอบคลุมแทบทุกมุมของชีวิตและสังคม โดยกำหนดแนวทางในหัวเรื่องหลายหลาก ตั้งแต่การธนาคารไปจนถึงสวัสดิการ ชีวิตครอบครัวและสิ่งแวดล้อมมุสลิมส่วนใหญ่เป็นนิกายซุนนีย์ คิดเป็น 75–90% ของมุสลิมทั้งหมด นิกายใหญ่ที่สุดอันดับสอง คือ ชีอะฮ์ คิดเป็น 10–20% ประเทศมุสลิมใหญ่ที่สุด คือ ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งมีชาวมุสลิม 12.7% ของโลก ตามมาด้วยปากีสถาน (11.0%) อินเดีย (10.9%) และบังกลาเทศ (9.2%) นอกจากนี้ ยังพบชุมชนขนาดใหญ่ในจีน รัสเซียและยุโรปบางส่วน ด้วยสาวกกว่า 1,500 ล้านคน หรือ 22% ของประชากรโลก อิสลามจึงเป็นศาสนาใหญ่ที่สุดอันดับสองและศาสนาหลักที่เติบโตเร็วที่สุดในโลกศาสนาหนึ่ง

สมเด็จพระสันตะปาปาจอห์นที่ 4

สมเด็จพระสันตะปาปาจอห์นที่ 4 (อังกฤษ: John IV) ทรงดำรงตำแหน่งพระสันตะปาปาตั้งแต่ ค.ศ. 640 ถึง ค.ศ. 642

สมเด็จพระสันตะปาปาจอห์นที่ 5

สมเด็จพระสันตะปาปาจอห์นที่ 5 (อังกฤษ: John V) ทรงดำรงตำแหน่งพระสันตะปาปาตั้งแต่ ค.ศ. 685 ถึง ค.ศ. 686

สมเด็จพระสันตะปาปาบอนิเฟซที่ 4

สมเด็จพระสันตะปาปาโบนิเฟสที่ 4 (อังกฤษ: Boniface IV) ทรงดำรงตำแหน่งพระสันตะปาปาตั้งแต่ ค.ศ. 608 ถึง ค.ศ. 615

สมเด็จพระสันตะปาปาบอนิเฟซที่ 5

สมเด็จพระสันตะปาปาโบนิเฟสที่ 5 (อังกฤษ: Boniface V) ทรงดำรงตำแหน่งพระสันตะปาปาตั้งแต่ ค.ศ. 619 ถึง ค.ศ. 625

สมเด็จพระสันตะปาปามาร์ตินที่ 1

สมเด็จพระสันตะปาปามาร์ตินที่ 1 (อังกฤษ: Martin I) ทรงดำรงตำแหน่งพระสันตะปาปาตั้งแต่ ค.ศ. 649 ถึง ค.ศ. 655

สมเด็จพระสันตะปาปายูจีนที่ 1

สมเด็จพระสันตะปาปายูจีนที่ 1 (อังกฤษ: Eugene I) ทรงดำรงตำแหน่งพระสันตะปาปาตั้งแต่ ค.ศ. 654 ถึง ค.ศ. 657

สมเด็จพระสันตะปาปาลีโอที่ 2

สมเด็จพระสันตะปาปาลีโอที่ 2 (อังกฤษ: Leo II) ทรงดำรงตำแหน่งพระสันตะปาปาตั้งแต่ ค.ศ. 681 ถึง ค.ศ. 683

สมเด็จพระสันตะปาปาวิตาเลียน

สมเด็จพระสันตะปาปาวิตาเลียน (อังกฤษ: Vitalian) ทรงดำรงตำแหน่งพระสันตะปาปาตั้งแต่ ค.ศ. 657 ถึง ค.ศ. 672

สมเด็จพระสันตะปาปาอกาโธ

สมเด็จพระสันตะปาปาอกาโธ (อังกฤษ: Agatho) ทรงดำรงตำแหน่งพระสันตะปาปาตั้งแต่ ค.ศ. 678 ถึง ค.ศ. 681

สมเด็จพระสันตะปาปาเซอร์จิอุสที่ 1

สมเด็จพระสันตะปาปาเซอร์จิอุสที่ 1 (อังกฤษ: Sergius I) ทรงดำรงตำแหน่งพระสันตะปาปาตั้งแต่ ค.ศ. 687 ถึง ค.ศ. 701

สมเด็จพระสันตะปาปาเดอุสเดดิตที่ 1

สมเด็จพระสันตะปาปาเดอุสเดดิตที่ 1 (อังกฤษ: Adeodatus I) ทรงดำรงตำแหน่งพระสันตะปาปาตั้งแต่ ค.ศ. 615 ถึง ค.ศ. 618

สมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 2

สมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 2 (อังกฤษ: Benedict II) ทรงดำรงตำแหน่งพระสันตะปาปาตั้งแต่ ค.ศ. 683 ถึง ค.ศ. 685

สมเด็จพระสันตะปาปาโคนอน

สมเด็จพระสันตะปาปาโคนอน (อังกฤษ: Conon) ทรงดำรงตำแหน่งพระสันตะปาปาตั้งแต่ ค.ศ. 686 ถึง ค.ศ. 687

สมเด็จพระสันตะปาปาโดนุส

สมเด็จพระสันตะปาปาโดนุส (อังกฤษ: Donus) ทรงดำรงตำแหน่งพระสันตะปาปาตั้งแต่ ค.ศ. 676 ถึง ค.ศ. 678

สมเด็จพระสันตะปาปาโฮโนริอุสที่ 1

สมเด็จพระสันตะปาปาโฮโนริอุสที่ 1 (อังกฤษ: Honorius I) ทรงดำรงตำแหน่งพระสันตะปาปาตั้งแต่ ค.ศ. 625 ถึง ค.ศ. 638

ภาษาอื่น

This page is based on a Wikipedia article written by authors (here).
Text is available under the CC BY-SA 3.0 license; additional terms may apply.
Images, videos and audio are available under their respective licenses.